จิตสำนึกของเมิ่งอู๋กลับคืนสู่ร่าง สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงเพลง
จุดหนึ่งที่แนบชิดกายกำลังสั่น นางจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์
นางลืมตาขึ้น พบว่าตนกำลังนั่งอยู่ในรถ
ไม่ไกลนักคือสนามบิน
นางยกมือเช็ดน้ำตาบนแก้ม ร่างเดิมเพิ่งร้องไห้มาเมื่อครู่
เมิ่งอู๋ไม่รีบสนใจโทรศัพท์ที่กำลังสั่น นางลืมตากวาดมองรอบกาย เมื่อแน่ใจว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบปลอดภัยแล้ว ก็ไม่รอช้า เริ่มรับข้อมูลของร่างเดิมทันที
ร่างเดิมมีทั้งพ่อและแม่ มีพี่ชายอยู่หนึ่งคน แต่เพราะที่บ้านอยากได้ลูกสาว จึงมีนางเพิ่มขึ้นมาอีกคน นางจึงเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของครอบครัวอย่างมาก
ตอนเด็ก ๆ นางกับพี่น้องฝาแฝดจากบ้านตระกูลเชิ่งที่อยู่ข้างบ้านเคยถูกโจรลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ช่วงเวลานั้นเชิ่งฉางเจ๋อ น้องชายฝาแฝด คอยปลอบโยนและกล่อมนางอยู่เสมอ หลังจากได้รับการช่วยเหลือกลับมา นางจึงพึ่งพาเขามาโดยตลอด
ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาก
ผู้ใหญ่ในบ้านมักหยอกล้อกันอยู่บ่อย ๆ ทุกคนต่างคิดว่าพวกนางเป็นคู่รักกัน ร่างเดิมเองก็คิดเช่นนั้น
เชิ่งฉางเจ๋ออายุมากกว่าร่างเดิมสามปี หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เขาก็เลือกไปเรียนต่อต่างประเทศ
ร่างเดิมเองก็อยากตามไป แต่ที่บ้านไม่วางใจ สุดท้ายจึงต้องอยู่เรียนมัธยมปลายในประเทศ
หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ นางคิดเต็มหัวใจว่าจะได้อยู่กับเชิ่งฉางเจ๋อ ใครจะรู้ว่าเขากลับไม่ยอมตกลง
เมื่อร่างเดิมลองหยั่งเชิงถาม เขาก็เพียงบอกว่าตอนนี้ยังเด็ก การเรียนสำคัญที่สุด ต้องรอให้เรียนจบมหาวิทยาลัยก่อน
ร่างเดิมเชื่อคำพูดนั้น ในใจก็แสนหวานชื่น คิดว่าเชิ่งฉางเจ๋อทำเช่นนี้เพราะใส่ใจนาง
หลังจากนั้น ทั้งสองยังคงติดต่อกันตลอดช่วงมหาวิทยาลัย จนในที่สุดเมื่อร่างเดิมขึ้นปีสาม นางก็ได้ข่าวว่าเชิ่งฉางเจ๋อที่ไปเรียนต่อต่างประเทศจะกลับมาใช้เวลาช่วงปิดภาคฤดูร้อน นางจึงแอบไปรอรับ ตั้งใจจะมอบเซอร์ไพรส์ให้เขา ใครจะคิดว่านางกลับเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งสองโอบกอดจูบกันสนิทสนมอย่างเห็นได้ชัด
