คำพูดของเมิ่งอู๋ค้างอยู่กลางปากทันที เธอมองเฮ่อจิ้งหยวนอย่างตะลึงงัน ทั้งตัวแข็งค้างไปหมด
“อะไรนะ” เธอถามออกไปโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน สมองแทบตามไม่ทัน
“ผมชอบพี่” เฮ่อจิ้งหยวนย้ำอีกครั้ง เขาก้มหน้า ดวงตาจับจ้องเมิ่งอู๋ตรง ๆ ไม่หลบเลี่ยง ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย สีหน้าจริงจังอย่างยิ่ง
เมิ่งอู๋ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“พี่ครับ ผมชอบพี่ ผมไม่อยากให้พี่แต่งงานกับคนอื่น ผมอยากแต่งงานกับพี่ อยากใช้ชีวิตกับพี่ไปตลอดชีวิต—” เฮ่อจิ้งหยวนพูดช้าลงเรื่อย ๆ แต่เมื่อเห็นเมิ่งอู๋เบิกตากว้างและส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว เขาก็หยุดกึก
“พี่ครับ” เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังฝืนพูดต่อ “ผมพูดจริง ผมรู้ตัวตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ผมคิดมาดีแล้วด้วย ผม—”
“หยุดพูดได้แล้ว” ใบหน้าของเมิ่งอู๋แข็งเกร็ง เธอขึ้นเสียงตัดบท น้ำเสียงอ่อนหวานที่เคยเป็นเอกลักษณ์ถึงกับแหลมขึ้นมาเล็กน้อย
“...พี่ครับ...” เฮ่อจิ้งหยวนเรียกเธอด้วยแววตาอ้อนวอน เจ็บปวด หวาดกลัว และน้อยใจ
อารมณ์ที่แทบจะปะทุของเมิ่งอู๋ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นความรู้สึกในดวงตาของเขา เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำใจให้สงบ
“หยุดพูดได้แล้ว” เธอย้ำอีกครั้ง “เสี่ยวหยวน เราเป็นพี่น้องกัน ในสายตาของทุกคน เราก็เป็นพี่น้องกัน”
“แต่เราไม่ใช่!”
เมิ่งอู๋ไม่สนใจคำโต้แย้งของเขา ยังคงพูดต่ออย่างหนักแน่น “อาจเป็นเพราะเราอยู่ด้วยกันมานาน เลย...เลยทำให้เธอเข้าใจผิดไปเอง”
เสียงของเธอแหบพร่าขึ้นเล็กน้อย จึงอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึกอีกครั้ง
“เธอใจเย็น ๆ แล้วลองคิดดูให้ดี พี่—” เดิมทีเมิ่งอู๋ตั้งใจจะบอกว่าเธอจะแต่งงานให้เร็วที่สุด แต่พอนึกได้ว่าคำพูดนั้นอาจทำให้เฮ่อจิ้งหยวนสะเทือนใจ เธอก็ชะงักไป ครุ่นคิดอย่างระมัดระวังอยู่หลายรอบ ก่อนจะพูดว่า “เรื่องของเจี๋ยเหิงชาง พี่ก็จะพิจารณาให้ดีเหมือนกัน”