“ก็เจอกันอยู่ทุกวันไม่ใช่หรือไง” เมิ่งอู๋พูด
ทุกครั้งที่ประชุมเธอก็ตามมาด้วย คนคนนั้นมองเธอหลายครั้งแล้ว
“แต่ผมอยากกอดคุณ” เฟยอิ๋งพูดพลางจูบเธอหนึ่งที
“อย่าสิ ฉันแต่งหน้ามา” เมิ่งอู๋กระซิบเบา ๆ เฟยอิ๋งโน้มเข้าหริมฝีปากเธอแล้วพูดเสียงต่ำว่า “ไม่เป็นไร ไม่มีใครสังเกตหรอก”
ต่อให้มีคนสังเกตเห็นก็ไม่เป็นไร
ดีเสียอีก
เมิ่งอู๋อยากหลบแต่หลบไม่พ้น จึงจำใจจูบกับเขาหนึ่งที พอผละออกก็เห็นว่าริมฝีปากเขาเปื้อนลิปสติกเต็มไปหมด รีบใช้มือเช็ดออกให้ทันที
“ลิปสติกฉันต้องเลอะแน่ ๆ” เธอพึมพำ
“ขอดูหน่อย”
“อย่าดูเลย ฉันต้องออกไปแล้วจริง ๆ” เมิ่งอู๋พูด
ใครเขาส่งกาแฟกันนานขนาดนี้
เฟยอิ๋งไม่อยากปล่อยมือ เมิ่งอู๋จึงพูดว่า “ตั้งใจทำงานนะ เลิกงานให้ตรงเวลา อย่าทำงานล่วงเวลาอีกล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะกลับไปก่อนเอง”
เฟยอิ๋งถึงยอมปล่อยมือ
เมิ่งอู๋เดินไปที่ประตู จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเปิดประตูแล้วก้มหน้าออกไป กลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง หัวใจเต้นรัวเร็ว กลัวว่าจะมีคนจับได้
ดีที่ทุกคนกำลังยุ่งกันอยู่ อีกทั้งลิปสติกของเธอเลอะก็จริง แต่หลังจากจูบกัน ริมฝีปากแดงระเรื่ออยู่แล้ว จึงดูไม่ออก
พอเห็นเมิ่งอู๋ยังอยู่ ไม่เหมือนกำลังจะถูกไล่ออก คนในสำนักงานผู้บริหารต่างก็ประหลาดใจ
ตั้งแต่จานหนิงถูกไล่ออกเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ก่อน คนในสำนักงานผู้บริหารก็คิดว่าคนต่อไปคงเป็นเมิ่งอู๋ แต่ใครจะคิดว่ารอจนถึงตอนนี้ เมิ่งอู๋ก็ยังอยู่ในสำนักงานผู้บริหารได้อย่างปลอดภัย
คราวนี้ทุกคนจึงมั่นใจว่าเธอคงไม่ต้องไปแล้ว
คนทั้งกลุ่มต่างแสดงไมตรีจิตต่อเธออย่างไม่หวงแหน ส่วนเมิ่งอู๋กลับไม่ทันสังเกตอะไร อย่างไรเสียเพราะเห็นแก่หน้าเกาเชิง แต่เดิมก็ไม่มีใครกลั่นแกล้งเธออยู่แล้ว
