จ้าวเวย์เอ่ยเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็นว่า “เรื่องวันนี้เป็นความผิดพลาดของข้าเอง ข้าตั้งใจจะชดเชยให้ เพียงแต่สถานการณ์ตอนนี้ หากท่านจะแต่งงานอีกครั้ง เกรงว่าสามีในอนาคตจะติดใจเรื่องนี้”
“หากท่านยินยอม เรื่องหมั้นหมายข้าจะจัดการเอง”
“ข้าจะทำให้ท่านได้แต่งเข้าบ้านข้าอย่างถูกต้องเหมาะสม ท่านคิดว่าอย่างไร?”
เมิ่งอู๋มองเขาอย่างตะลึงงัน
เช่นนี้…ย่อมเป็นเรื่องดีเหลือเกิน
ในยามที่เห็นว่าตนกำลังจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย กลับมีคนยินดีแต่งกับนาง นับว่าเหมือนได้พบทางสว่างหลังความมืดมิด เป็นดั่งถ่านไฟที่ส่งมาในยามหิมะตก
“แต่…แต่ข้าเกรงว่าจะถูกผู้คนนินทา”
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะจัดการเอง” จ้าวเวย์กล่าวเพียงว่า “ท่านตอบมาว่ายินยอมหรือไม่ก็พอ”
เมิ่งอู๋เงียบไปนานกว่าเดิม ในใจสับสนวุ่นวาย สุดท้ายสิ่งที่นางเอ่ยออกมาก็คือ “ยินยอม”
หากนางถอนหมั้นกับตระกูลจ้าว ต่อไปคงยากจะหาบ้านที่ดีแต่งเข้าไปได้อีก ส่วนการบวชเป็นชี ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไร
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากได้แต่งกับจ้าวเวย์ ย่อมเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว
จ้าวเวย์จึงยิ้มบาง ๆ
“ข้าดีใจมากที่ท่านยินยอม” เขากล่าว
“วางใจเถิด เรื่องที่เหลือยกให้ข้าจัดการ” เขาชะงักไปเล็กน้อย มองดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่สบายใจของเมิ่งอู๋ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้น “อย่ากลัว”
เมิ่งอู๋ชะงัก ก่อนจะมีน้ำตาไหลลงมาอีกครั้ง
นางจะไม่กลัวได้อย่างไร
เพียงชั่วข้ามคืน ทุกอย่างพลิกผันไปหมด
นางก้มหน้าเช็ดน้ำตา แล้วพบว่าผ้าเช็ดหน้าชุ่มไปหมดตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
จ้าวเวย์จนปัญญา จึงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนยื่นให้นาง
“อย่าร้องไห้อีกเลย ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ตาจะเจ็บเอา” เขากล่าว
แต่ยิ่งเขาปลอบ เมิ่งอู๋กลับยิ่งร้องไห้หนักขึ้น ห้ามอย่างไรก็หยุดไม่ได้