หลังจากนั้นเมิ่งอู๋ก็ชี้แนะเรื่องสีหน้าอีกเล็กน้อย เนี่ยจวิ้นจึงแปลงโฉมเป็นชายหนุ่มผู้เงียบขรึม
สี่ทุ่ม ทั้งสองปรากฏตัวขึ้นที่ตลาดมืดใต้ดิน
เมิ่งอู๋อิงแอบอยู่ในอ้อมอกของเนี่ยจวิ้น ทั้งสองปลอมตัวเป็นคู่รัก
ตอนแรกเนี่ยจวิ้นยังรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง เมิ่งอู๋สอนเขาอยู่นาน ในที่สุดเขาก็ไม่แสดงท่าทางแข็งทื่อจนเกินไป
พอเห็นหญิงงามอย่างเมิ่งอู๋จู่ ๆ หลายคนก็ผิวปากแซว
เนี่ยจวิ้นทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ตามที่เมิ่งอู๋กำชับ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปอย่างเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความมืดมน ส่วนเมิ่งอู๋ยิ้มอย่างมีเสน่ห์เย้ายวน ก่อนจะส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้คนพวกนั้น จนเกิดเสียงโห่ร้องฮือฮาขึ้นระลอกหนึ่ง
“แววตาแบบนี้แหละ ดีมาก”
นางหันไปประทับจุมพิตเบา ๆ ที่ริมฝีปากของเนี่ยจวิ้น แล้วเอ่ยกลั้วหัวเราะ
เนี่ยจวิ้นเกือบจะแข็งทื่อไปทั้งตัว กว่าจะข่มกลั้นเอาไว้ได้ก็แทบแย่ เขาก้มตามองเมิ่งอู๋ในอ้อมอก
แต่เมิ่งอู๋ถอยออกไปแล้ว
เนี่ยจวิ้นมองเมิ่งอู๋กลมกลืนเข้าไปในฝูงชนอย่างแนบเนียน นางเลี้ยงเหล้าคนอื่นแล้วเริ่มถามข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นก็ซื้ออุปกรณ์สำหรับใช้กลางแจ้งมาบางส่วน แล้วจึงจากไป
หลังจากทั้งสองออกมา ก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่สืบข่าวไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมมิตรไมตรีอันดีงาม—
นั่นคือการเอาปืนจ่อหัว
ทั้งสองพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยดีอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยืมแท่งพลังงานที่พกพาสะดวกและกินง่าย รวมถึงกระสุน ยา และของอื่น ๆ มาจำนวนหนึ่ง
พอจัดการงานนี้เสร็จ ทั้งสองก็หนีไปทันที
พลังพิเศษมิติมีประโยชน์มากเวลาหนี แค่ชั่วพริบตาทั้งสองก็หายไปจากที่นั่นแล้ว พอคนของอีกฝ่ายตามมาถึง ทั้งคู่ก็หายไปไร้ร่องรอย
แต่ทั้งสองไม่ได้ใช้พลังพิเศษมิติเดินทางจากไป หากเปลี่ยนสถานที่ แล้วแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มนักล่าแห่งแดนรกร้าง ก่อนจะออกจากเมืองไปพร้อมกัน