จงเหวินซิวรู้สึกว่าชีวิตของตนช่างงดงามเหลือเกิน
วัยเยาว์ในเขตคนจนแสนลำบาก แต่มีมารดาอยู่เคียงข้าง มีป้าเขย น้องสาว และญาติสนิทอยู่รอบกาย
ปีที่อายุเก้าขวบครึ่ง เขากับมารดาถูกพากลับมายังจวนโหว มีญาติเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ทั้งยังมีน้องชายที่ดีที่สุดในโลก และป้าที่ดีที่สุดในโลก นางไม่เพียงช่วยให้มารดาของเขากลับคืนมา ยังมอบทรัพยากรการเรียนรู้ที่ดีที่สุดให้แก่เขาอีกด้วย
ปีที่อายุสิบสาม เขาสอบได้ที่สองของแผ่นดิน
เป็นอันดับสองของต้าฉู่ทั้งแคว้น
เขาเข้ารับตำแหน่งในสำนักฮั่นหลิน กลายเป็นหนึ่งในขุนนางใหม่ที่มีอนาคตไกลที่สุด
ปีที่อายุสิบสี่ ในยามที่คิดว่านี่คือความสุขที่สุดแล้ว บิดาซึ่งจากไปหลายปีกลับปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน
จงเหวินซิวเคยเห็นบิดาจากที่ไกล ๆ แม้กำลังป่วย แต่ก็ยังสูงใหญ่สง่างาม ใบหน้าของบิดาคล้ายคลึงกับท่านลุงใหญ่ ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยสนิทใจยิ่งขึ้น
แรกเริ่ม อาการป่วยของบิดายังไม่หายดี เขาจึงกล้าเพียงยืนรออย่างระมัดระวังอยู่ด้านนอกลาน ไม่กล้าเข้าไปรบกวนบิดา
ต่อมาท่านลุงใหญ่เป็นผู้บอกว่า บิดาอยากพบเขา
จงเหวินซิวตื่นเต้นจนมือเท้าไม่รู้จะวางไว้ที่ใด ยืนสูดหายใจลึกอยู่นอกประตูครึ่งชั่วยามเต็ม ๆ กว่าจะแสร้งทำเป็นสงบ เคาะประตูเข้าไปทักทายบิดา
เป็นดังที่ท่านลุงใหญ่กับท่านปู่ท่านย่ากล่าวไว้ บิดาเป็นคนดีอย่างยิ่ง แม้จะไม่ร่าเริงเท่าก่อนป่วย แต่ก็อดทนและอ่อนโยนมาก บิดาหาเวลามาสอนยิงธนูให้เขา ทำอาวุธลับชิ้นเล็กให้เล่น ทั้งยังสร้างรถศึกไร้เทียมทานกับอาวุธลับทรงอานุภาพอีกหลายชนิด เพื่อให้เขาได้หน้า
