“ท้ายที่สุดคุณชายน้อยก็ไปเล่นชิงช้าอยู่ในลาน”
“เขายังเล่นกิจกรรมไร้สาระอย่างชิงช้าด้วยหรือ?” สวี่หว่านสงสัยว่าเป็นชิงช้าขนาดมหึมาแบบไหน
ถ้าเชือกขาดขึ้นมา ตกลงไปคงไม่ถึงตายหรอกกระมัง
“คุณชายน้อยไม่ได้เล่นชิงช้าเจ้าค่ะ” ชุยหลิ่วตอบ
“?”
“คนที่เล่นชิงช้าคือนกกับแมว มีกรงแขวนอยู่บนเชือกแปดใบ สี่ใบเป็นกรงนก อีกสี่ใบเป็นกรงแมว ข้างนกทุกตัวมีแมวตัวหนึ่งจ้องเขม็งอยู่ด้วยความละโมบ คุณชายน้อยก็แกว่งชิงช้าขึ้นไป นกพวกนั้นตกใจร้องเสียงแหลมด้วยความหวาดกลัวอยู่ตลอดบ่าย”
สวี่หว่าน “……”
แค่ฟังก็เห็นภาพแล้ว เจ้าตัวยมบาลตัวจริงมาแล้ว!
“แต่ฮูหยินวางใจได้เจ้าค่ะ นกพวกนี้เลี้ยงไว้ในลานของคุณชายน้อยตั้งแต่ยังเล็ก พวกมันแข็งแรงทรหดมาก ร้องอยู่ทั้งบ่ายก็ไม่มีตัวไหนเป็นลมเลย”
สวี่หว่าน “……”
สมกับเป็นนกที่จงจินเฉิงเลี้ยงจริง ๆ
ความสามารถในการทนแรงกดดันก็เป็นเลิศเช่นกัน
สวี่หว่านถามต่อ “แล้วเขาไม่มีเรื่องเป็นชิ้นเป็นอันอย่างอื่นทำเลยหรือ? ไม่อ่านหนังสือ ไม่ฝึกยุทธ์?”
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ ชุยหลิ่วก็เงียบไปทันที
สวี่หว่านหันไปมองนาง
แล้วก็ได้ยินนางกล่าวว่า “คุณชายน้อยชอบฝึกยุทธ์มาก ท่านแม่ทัพจ้าวบอกว่าเขามีพรสวรรค์ หากฝึกฝนให้ดี ในอนาคตต้องเป็นขุนศึกที่เก่งกาจแน่นอน แต่พอฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ไม่ยอมให้คุณชายน้อยข้องเกี่ยวกับวิชายุทธ์ใด ๆ อีก”
บรรพบุรุษของจวนโหวหยวนหยางล้วนเป็นแม่ทัพ ตำแหน่งโหวนี้ก็ได้มาจากบรรพบุรุษที่สู้รบในสนามรบ ทว่าในศึกเมื่อแปดปีก่อน บุตรชายคนรองของจวนโหวตายในสนามรบ ส่วนบุตรชายคนโตมีข่าวว่าหายสาบสูญ แต่สาเหตุที่ว่าหายสาบสูญก็เพราะหาไม่พบแม้แต่ศพ
