บอดี้การ์ดสี่คนห้อมล้อมหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา
หญิงสาวมีเส้นผมสีดำยาวสยายดุจสายน้ำตก ใบหน้างดงามลึกซึ้ง มีความสง่างามแฝงด้วยความองอาจ
“อวี๋หลิงชิง!”
เสียงอุทานดังขึ้น ตระกูลเฉินพลันแตกตื่น
“นางคืออวี๋หลิงชิง หนึ่งในสี่สาวงามแห่งเจียงตงน่ะหรือ?”
“คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลอวี๋ มหาเศรษฐีแห่งเจียงตง ได้ยินว่าของขวัญวันบรรลุนิติภาวะตอนอายุสิบแปดของนางมีค่าเทียบเท่าทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตระกูลเฉินพวกเรา!”
“นางมาที่นี่เพราะทราบข่าวการแต่งงานระหว่างตระกูลฉู่กับพวกเรา เพื่อมาแสดงความยินดีหรือ?”
ท่านผู้เฒ่าเฉินและเฉินไท่ซานรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ดีใจจนไม่รู้ตัว รีบเข้าไปต้อนรับ
ส่วนเฉินเมิ่งซีมองอวี๋หลิงชิงด้วยความอิจฉา ตาลุกเป็นไฟ!
ความฝันของนางคือการได้เป็นเหมือนอวี๋หลิงชิง หญิงสาวผู้มั่งคั่งและเป็นที่หมายปองของคนนับหมื่น!
“คุณหนูใหญ่ให้เกียรติมาเยือน ตระกูลเฉินรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง...”
ท่านผู้เฒ่าเฉินเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าปฏิกิริยาของอวี๋หลิงชิงกลับทำให้ทุกคนตะลึงงัน!
เพียะ!
เพียะ!
อวี๋หลิงชิงฟาดมือทั้งสองข้างใส่หน้าท่านผู้เฒ่าเฉินอย่างแรง ใบหน้าสวยบูดบึ้งเต็มไปด้วยความโกรธ
“ยัยแก่ เจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงกล้าพูดว่าจะหักขาเขา?”
ทั่วทั้งสถานที่เงียบกริบ!
คนตระกูลเฉินยืนอึ้งงัน ความหนาวเหน็บแล่นจากแนวสันหลังขึ้นสู่กระหม่อม เย็นเยียบจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
อวี๋หลิงชิงตบท่านผู้เฒ่าเฉินถึงสองฉาด?!
แถมยังมาเป็นพวกให้ฉู่หลงถูอีก??
ท่ามกลางความเงียบ อวี๋หลิงชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เฉินไท่ซาน ส่งกำไลหงส์ผงาดมา”
“ข้าไม่อยากพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง!”
ร่างของเฉินไท่ซานสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใจเต็มไปด้วยความขมขื่น แต่ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม จึงยอมแต่โดยดี หยิบกล่องเครื่องประดับออกมา
ตระกูลอวี๋เป็นตระกูลมหาเศรษฐีที่มีรากฐานลึกซึ้งยิ่งกว่าตระกูลฉู่ ตระกูลเฉินตัวเล็กกระจ้อยร่อยไม่อาจหาเรื่องด้วยได้!
ต่อให้แม่แท้ ๆ โดนตบไปสองที เขาก็ไม่กล้าที่จะแหย่หนามอวี๋หลิงชิงแม้แต่น้อย!
ไม่ต้องพูดถึงเฉินไท่ซาน ต่อให้เป็นท่านผู้เฒ่าเฉินที่ถูกตบ หลังจากตั้งสติได้ก็ยังเอามือกุมหน้าไว้ ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ เกรงว่าจะทำให้อวี๋หลิงชิงขุ่นเคือง
อวี๋หลิงชิงหยิบกล่องเครื่องประดับมา แล้วโยนให้ฉู่หลงถูตามอำเภอใจ
ฉู่หลงถูรับไว้ พลางถอนหายใจอย่างโล่งอก “ท่านพี่ มาแล้วรึ”
คำพูดง่าย ๆ นี้เกือบทำเอาคางของคนตระกูลเฉินหลุดร่วงลงกับพื้น!
ฉู่หลงถูกับอวี๋หลิงชิงเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันงั้นหรือ??
ต่อหน้าต่อตาทุกคน อวี๋หลิงชิงยื่นมือมาคล้องคอของฉู่หลงถู ใบหน้าสวยที่เคยบูดบึ้งพลันคลายกลายเป็นรอยยิ้มสดใสดุจบุปผานับร้อยเบ่งบาน
“ไอ้เด็กบ้า ลงจากเขาแท้ ๆ กลับไม่ยอมบอกข้าสักคำ ดีนะที่ข้าได้ข่าวเลยรีบตามมา”
อวี๋หลิงชิงเหลือบมองเฉินเมิ่งซีแวบหนึ่ง ก่อนจะเบ้ปาก
“คุณน้าฉู่คิดอะไรอยู่ ถึงได้หาคู่หมั้นที่ละโมบ เห็นแก่ผลประโยชน์ และหยาบช้าเช่นนี้มาให้เจ้า ช่างทำให้เสื่อมเสียวงศ์ตระกูลฉู่เสียจริง!”
“งานแต่งครั้งนี้ควรถูกยกเลิกตั้งนานแล้ว!”
สองประโยคนี้เปรียบดั่งฝ่ามืออันแหลมคมสองครั้ง ฟาดใส่พวกตระกูลเฉินจนหน้าดำหน้าแดง เจ็บจนรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า
โดยเฉพาะเฉินเมิ่งซี โกรธจนหน้าแดงก่ำ ฟันแทบจะบี้แตก!
อวี๋หลิงชิงกลับไม่สนใจ คล้องแขนฉู่หลงถู แนบอกอวบอัดเข้ากับแขนของฉู่หลงถู แล้วเดินออกจากคฤหาสน์ไป
คนตระกูลเฉินมองตามแผ่นหลังของทั้งสอง ท่ามกลางความขุ่นเคืองยังเต็มไปด้วยความตกตะลึง
อวี๋หลิงชิงในฐานะหนึ่งในสี่สาวงามแห่งเจียงตง ปกติแล้วเย็นชา ไม่เคยให้ท่าชายใด!
แต่วันนี้อวี๋หลิงชิงกลับสนิทสนมกับฉู่หลงถูถึงเพียงนี้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ไม่รู้ว่าชายหนุ่มในเจียงตงจะอกหักกันมากน้อยเพียงใด!
หน้าอกของเฉินเมิ่งซีกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ในแววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและโกรธแค้น ทว่าในใจกลับอดไม่ได้ที่จะเกิดความเสียใจขึ้นมาจาง ๆ
อวี๋หลิงชิงคือธิดาสวรรค์ที่แม้แต่นางยังได้แต่มองตามห่าง ๆ แต่กลับชื่นชอบฉู่หลงถูที่นางทิ้งไปราวกับรองเท้าเก่า
เป็นไปได้ไหมว่า นางเลือกผิดไปแล้วจริง ๆ?
อวี๋หลิงชิงและฉู่หลงถูเดินมาถึงประตูพลันหยุดกะทันหัน อวี๋หลิงชิงหันหน้ากลับมายิ้มหวาน
“จริงสิ มีเรื่องนึงต้องบอกพวกเจ้า”
“ข้าน่ะปากไม่ค่อยอยู่สุข เผลอพูดเรื่องที่พวกเจ้าหมั้นหมายหญิงหนึ่งกับชายสองออกไปจนหลุดปากน่ะ”
“คิดว่าตอนนี้ทั่วทั้งเจียงตงคงรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว”
“ต้องขออภัยจริง ๆ นะ”
ปากก็บอกว่าขอโทษ แต่อวี๋หลิงชิงกลับทำสีหน้ายียวนประหนึ่งว่า ‘ข้าจงใจพูด’ แล้วหัวเราะพลางลากฉู่หลงถูออกไป
สีหน้าของคนตระกูลเฉินซีดขาวทันที ย่ำแย่ราวกับว่าพ่อแม่ตาย!
……
บนรถโรลส์-รอยซ์ อวี๋หลิงชิงผู้ที่ในสายตาคนนอกไม่เคยเข้าใกล้ชายใด สูงส่งดุจเทพธิดาหิมะและน้ำแข็ง กำลังกอดฉู่หลงถูแน่น
“ไอ้เด็กบ้า ในที่สุดท่านพี่ก็ได้เจอเจ้า”
ฉู่หลงถูจำต้องดมกลิ่นหอมล้ำลึกนั้น “ท่านพี่ ปล่อยข้าก่อนเถิด ข้ามิได้หนีไปไหน”
อวี๋หลิงชิงไม่ยอมปล่อยมือแม้แต่น้อย กลับยกเรียวขาสวยในถุงน่องสีเทาพาดลงบนขาของฉู่หลงถู ราวกับกลัวว่าเขาจะหนีไป แล้วพูดด้วยความน้อยใจ
“ไอ้เด็กบ้า พอลงจากเขาก็รู้แต่ว่าจะมาหาคู่หมั้น ไม่ยอมมาเยี่ยมท่านพี่บ้างเลย”
“ไอ้เด็กใจดำ ท่านพี่รักเจ้าบนเขามาตั้งหลายปีเสียเปล่า”
ฉู่หลงถูดิ้นไม่หลุด จึงใช้มือใหญ่บีบนวดเบา ๆ ไปตามจุดเลือดลมของอวี๋หลิงชิงที่ไม่ค่อยคล่องตัว พลางพูดอย่างหมั่นไส้
“ท่านพี่ยังกล้าพูดอีก ถ้าไม่ใช่เพราะพวกท่านพี่ยั่วยวนข้าทุกวัน จนเกือบทำให้ข้าสิ้นทรหมจรรย์ อาจารย์ก็คงไม่โกรธแล้วไล่พวกท่านพี่ลงจากเขาไป”
ฉู่หลงถูจงใจนวดไล่จากเรียวขาในถุงน่องของอวี๋หลิงชิงขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วลูบไล้จุดให้เลือดลมอย่างทะเล้น ๆ
“ท่านน้อง อย่าเพิ่งที่นี่ กลับบ้านก่อนเถิด~”
อวี๋หลิงชิงครางกระเส่า ฉู่หลงถูกลับยิ้มทะเล้น แล้วชักมือใหญ่กลับมา ทำหน้าขรึมจริงจัง
“ท่านพี่ เราพูดคุยเรื่องจริงจังกันเถิด”
อวี๋หลิงชิงรู้สึกอึดอัดค้างคาใจยิ่งนัก หน้าแดงก่ำแล้วตีฉู่หลงถูทีหนึ่งอย่างขัดใจ
“ไอ้น้องบ้า ไอ้เลว~”
ค้อนใส่ฉู่หลงถูอย่างออดอ้อนไม่รู้จบ อวี๋หลิงชิงจึงเริ่มพูด
“หลังจากข้าได้รับการแจ้งจากอาจารย์ ก็เริ่มสืบข่าวเกี่ยวกับคุกหลงฉือ”
“คุกหลงฉือเป็นสมบัติส่วนบุคคล ผู้บริหารสูงสุดคือคณะกรรมการ มีผู้คุมและสามตุลาการเป็นผู้จัดการคุกโดยตรง”
“ผู้คุมดูแลภาพรวม ส่วนสามตุลาการรับผิดชอบงานต่าง ๆ เช่น ไล่ล่า ไต่สวน และปราบปราม”
“คนที่ตัดสินโทษประหารคุณอา ก็คือตุลาการจรดพู่กันที่รับผิดชอบไต่สวนในสามตุลาการนั่นเอง!”
“หากต้องการทราบสถานการณ์ของคุณอา เร็วที่สุดก็คือเริ่มจากเขา!”
อวี๋หลิงชิงดูนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ที่ข้อมือ
“ข้าให้เลขารวบรวมข้อมูลแล้ว อีกไม่นานคงได้ผล”
ฉู่หลงถูเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ท่านพี่ ลำบากท่านแล้ว”
อวี๋หลิงชิงค้อนใส่เขา “พูดจากเกรงใจอย่างนี้ ข้าจะต่อยเจ้าเสียเลย”
ฉู่หลงถูยิ้ม แล้วเปิดกล่องเครื่องประดับหยิบกำไลหงส์ผงาดออกมา
กำไลสีแดงทั้งเรือน เพียงแค่สะบัดเบา ๆ ก็มีลวดลายเร้นลับวาวแสงแดงเป็นวงกว้าง ดุจหงส์ผงาดสยายปีก นับว่าเป็นสมบัติล้ำค่า!
แต่นอกจากความล้ำค่าแล้ว ก็ไม่มีอะไรพิเศษอีก
ฉู่หลงถูหยิบกระดาษโน้ตออกมาอีก อวี๋หลิงชิงรู้หน้าที่จึงหันหน้ามองไปนอกหน้าต่าง
บนกระดาษมีตัวหนังสือหวัด ๆ ไม่กี่บรรทัด ไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
ฉู่หลงถูนิ่งคิดเล็กน้อย แล้วนำกำไลไปส่องกับกระดาษ ภายใต้แสงสีแดงที่สาดส่อง กลับปรากฏตัวเลขขึ้นมาหลายตัว!
รูม่านตาของฉู่หลงถูหดเล็กลงเท่าปลายเข็มในทันใด!
ตัวเลขเหล่านั้นคือรหัสลับที่มีแค่เขากับพ่อที่รู้กันตั้งแต่สมัยเด็กเมื่อครั้งเล่นเกมสายลับ!
กวาดตาเพียงครั้งเดียว รหัสลับบอกไว้เพียงเรื่องเดียว
กำไลหงส์ผงาดคือกุญแจ ต้องรักษาไว้ให้ดี อย่าให้สูญหาย
ส่วนโทษประหารของตัวเขาเอง กลับไม่มีเอ่ยถึงแม้แต่น้อย
ฉู่หลงถูใช้นิ้วถู ใช้พลังภายในบดกระดาษให้แหลกละเอียด สมองหมุนติ้ว
กำไล...กุญแจ...พ่อออกจากคุกไม่ได้...
หรือว่าแม่ถูกคนขังไว้ และถูกศัตรูใช้ข่มขู่พ่อไม่ให้ออกจากคุก?
แล้วทำไมกำไลสินสอดของแม่ถึงกลายเป็นกุญแจผ่านทางไปยังสถานที่ที่นางถูกขังไว้?
ปริศนามากมาย เบาะแสน้อยเกินไป ฉู่หลงถูยิ่งคิดยิ่งกังวลและร้อนใจ
หากไม่ใช่เพราะคำสั่งเด็ดขาดของพ่อที่ห้ามช่วยเขา เขาคงแหกคุกไปถามพ่อให้รู้เรื่องนานแล้ว!
ในขณะนั้นเอง อวี๋หลิงชิงรับโทรศัพท์
“อะไรนะ? ประสบอุบัติเหตุรถยนต์?”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”
อวี๋หลิงชิงวางสาย สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ
“เลขาข้ารอข้าอยู่หน้าบริษัท จู่ ๆ ก็ประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ไม่รู้เป็นตาย!”
ฉู่หลงถูผุดลุกขึ้นนั่งตรง ท่วงท่าคมกริบดุจมีด!
อวี๋หลิงชิงเพิ่งให้เลขาไปสืบข่าวของตุลาการ นางก็ประสบอุบัติเหตุ ช่างบังเอิญถึงเพียงนี้?
“กลับบริษัท!”
ฉู่หลงถูออกคำสั่ง โรลส์-รอยซ์พลันคำรามสนั่นแล้วพุ่งทะยานจากไป