ศิษย์น้องรีบลงเขาเถิด ศิษย์พี่รอไม่ไหวแล้ว

บทที่ 2 ท่านพี่มาแล้ว!

7 นาที· 1.7K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บอดี้การ์ดสี่คนห้อมล้อมหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา

หญิงสาวมีเส้นผมสีดำยาวสยายดุจสายน้ำตก ใบหน้างดงามลึกซึ้ง มีความสง่างามแฝงด้วยความองอาจ

“อวี๋หลิงชิง!”

เสียงอุทานดังขึ้น ตระกูลเฉินพลันแตกตื่น

“นางคืออวี๋หลิงชิง หนึ่งในสี่สาวงามแห่งเจียงตงน่ะหรือ?”

“คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลอวี๋ มหาเศรษฐีแห่งเจียงตง ได้ยินว่าของขวัญวันบรรลุนิติภาวะตอนอายุสิบแปดของนางมีค่าเทียบเท่าทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตระกูลเฉินพวกเรา!”

“นางมาที่นี่เพราะทราบข่าวการแต่งงานระหว่างตระกูลฉู่กับพวกเรา เพื่อมาแสดงความยินดีหรือ?”

ท่านผู้เฒ่าเฉินและเฉินไท่ซานรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ดีใจจนไม่รู้ตัว รีบเข้าไปต้อนรับ

ส่วนเฉินเมิ่งซีมองอวี๋หลิงชิงด้วยความอิจฉา ตาลุกเป็นไฟ!

ความฝันของนางคือการได้เป็นเหมือนอวี๋หลิงชิง หญิงสาวผู้มั่งคั่งและเป็นที่หมายปองของคนนับหมื่น!

“คุณหนูใหญ่ให้เกียรติมาเยือน ตระกูลเฉินรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง...”

ท่านผู้เฒ่าเฉินเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าปฏิกิริยาของอวี๋หลิงชิงกลับทำให้ทุกคนตะลึงงัน!

เพียะ!

เพียะ!

อวี๋หลิงชิงฟาดมือทั้งสองข้างใส่หน้าท่านผู้เฒ่าเฉินอย่างแรง ใบหน้าสวยบูดบึ้งเต็มไปด้วยความโกรธ

“ยัยแก่ เจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงกล้าพูดว่าจะหักขาเขา?”

ทั่วทั้งสถานที่เงียบกริบ!

คนตระกูลเฉินยืนอึ้งงัน ความหนาวเหน็บแล่นจากแนวสันหลังขึ้นสู่กระหม่อม เย็นเยียบจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

อวี๋หลิงชิงตบท่านผู้เฒ่าเฉินถึงสองฉาด?!

แถมยังมาเป็นพวกให้ฉู่หลงถูอีก??

ท่ามกลางความเงียบ อวี๋หลิงชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เฉินไท่ซาน ส่งกำไลหงส์ผงาดมา”

“ข้าไม่อยากพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง!”

ร่างของเฉินไท่ซานสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใจเต็มไปด้วยความขมขื่น แต่ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม จึงยอมแต่โดยดี หยิบกล่องเครื่องประดับออกมา

ตระกูลอวี๋เป็นตระกูลมหาเศรษฐีที่มีรากฐานลึกซึ้งยิ่งกว่าตระกูลฉู่ ตระกูลเฉินตัวเล็กกระจ้อยร่อยไม่อาจหาเรื่องด้วยได้!

ต่อให้แม่แท้ ๆ โดนตบไปสองที เขาก็ไม่กล้าที่จะแหย่หนามอวี๋หลิงชิงแม้แต่น้อย!

ไม่ต้องพูดถึงเฉินไท่ซาน ต่อให้เป็นท่านผู้เฒ่าเฉินที่ถูกตบ หลังจากตั้งสติได้ก็ยังเอามือกุมหน้าไว้ ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ เกรงว่าจะทำให้อวี๋หลิงชิงขุ่นเคือง

อวี๋หลิงชิงหยิบกล่องเครื่องประดับมา แล้วโยนให้ฉู่หลงถูตามอำเภอใจ

ฉู่หลงถูรับไว้ พลางถอนหายใจอย่างโล่งอก “ท่านพี่ มาแล้วรึ”

คำพูดง่าย ๆ นี้เกือบทำเอาคางของคนตระกูลเฉินหลุดร่วงลงกับพื้น!

ฉู่หลงถูกับอวี๋หลิงชิงเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันงั้นหรือ??

ต่อหน้าต่อตาทุกคน อวี๋หลิงชิงยื่นมือมาคล้องคอของฉู่หลงถู ใบหน้าสวยที่เคยบูดบึ้งพลันคลายกลายเป็นรอยยิ้มสดใสดุจบุปผานับร้อยเบ่งบาน

“ไอ้เด็กบ้า ลงจากเขาแท้ ๆ กลับไม่ยอมบอกข้าสักคำ ดีนะที่ข้าได้ข่าวเลยรีบตามมา”

อวี๋หลิงชิงเหลือบมองเฉินเมิ่งซีแวบหนึ่ง ก่อนจะเบ้ปาก

“คุณน้าฉู่คิดอะไรอยู่ ถึงได้หาคู่หมั้นที่ละโมบ เห็นแก่ผลประโยชน์ และหยาบช้าเช่นนี้มาให้เจ้า ช่างทำให้เสื่อมเสียวงศ์ตระกูลฉู่เสียจริง!”

“งานแต่งครั้งนี้ควรถูกยกเลิกตั้งนานแล้ว!”

สองประโยคนี้เปรียบดั่งฝ่ามืออันแหลมคมสองครั้ง ฟาดใส่พวกตระกูลเฉินจนหน้าดำหน้าแดง เจ็บจนรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า

โดยเฉพาะเฉินเมิ่งซี โกรธจนหน้าแดงก่ำ ฟันแทบจะบี้แตก!

อวี๋หลิงชิงกลับไม่สนใจ คล้องแขนฉู่หลงถู แนบอกอวบอัดเข้ากับแขนของฉู่หลงถู แล้วเดินออกจากคฤหาสน์ไป

คนตระกูลเฉินมองตามแผ่นหลังของทั้งสอง ท่ามกลางความขุ่นเคืองยังเต็มไปด้วยความตกตะลึง

อวี๋หลิงชิงในฐานะหนึ่งในสี่สาวงามแห่งเจียงตง ปกติแล้วเย็นชา ไม่เคยให้ท่าชายใด!

แต่วันนี้อวี๋หลิงชิงกลับสนิทสนมกับฉู่หลงถูถึงเพียงนี้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ไม่รู้ว่าชายหนุ่มในเจียงตงจะอกหักกันมากน้อยเพียงใด!

หน้าอกของเฉินเมิ่งซีกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ในแววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและโกรธแค้น ทว่าในใจกลับอดไม่ได้ที่จะเกิดความเสียใจขึ้นมาจาง ๆ

อวี๋หลิงชิงคือธิดาสวรรค์ที่แม้แต่นางยังได้แต่มองตามห่าง ๆ แต่กลับชื่นชอบฉู่หลงถูที่นางทิ้งไปราวกับรองเท้าเก่า

เป็นไปได้ไหมว่า นางเลือกผิดไปแล้วจริง ๆ?

อวี๋หลิงชิงและฉู่หลงถูเดินมาถึงประตูพลันหยุดกะทันหัน อวี๋หลิงชิงหันหน้ากลับมายิ้มหวาน

“จริงสิ มีเรื่องนึงต้องบอกพวกเจ้า”

“ข้าน่ะปากไม่ค่อยอยู่สุข เผลอพูดเรื่องที่พวกเจ้าหมั้นหมายหญิงหนึ่งกับชายสองออกไปจนหลุดปากน่ะ”

“คิดว่าตอนนี้ทั่วทั้งเจียงตงคงรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว”

“ต้องขออภัยจริง ๆ นะ”

ปากก็บอกว่าขอโทษ แต่อวี๋หลิงชิงกลับทำสีหน้ายียวนประหนึ่งว่า ‘ข้าจงใจพูด’ แล้วหัวเราะพลางลากฉู่หลงถูออกไป

สีหน้าของคนตระกูลเฉินซีดขาวทันที ย่ำแย่ราวกับว่าพ่อแม่ตาย!

……

บนรถโรลส์-รอยซ์ อวี๋หลิงชิงผู้ที่ในสายตาคนนอกไม่เคยเข้าใกล้ชายใด สูงส่งดุจเทพธิดาหิมะและน้ำแข็ง กำลังกอดฉู่หลงถูแน่น

“ไอ้เด็กบ้า ในที่สุดท่านพี่ก็ได้เจอเจ้า”

ฉู่หลงถูจำต้องดมกลิ่นหอมล้ำลึกนั้น “ท่านพี่ ปล่อยข้าก่อนเถิด ข้ามิได้หนีไปไหน”

อวี๋หลิงชิงไม่ยอมปล่อยมือแม้แต่น้อย กลับยกเรียวขาสวยในถุงน่องสีเทาพาดลงบนขาของฉู่หลงถู ราวกับกลัวว่าเขาจะหนีไป แล้วพูดด้วยความน้อยใจ

“ไอ้เด็กบ้า พอลงจากเขาก็รู้แต่ว่าจะมาหาคู่หมั้น ไม่ยอมมาเยี่ยมท่านพี่บ้างเลย”

“ไอ้เด็กใจดำ ท่านพี่รักเจ้าบนเขามาตั้งหลายปีเสียเปล่า”

ฉู่หลงถูดิ้นไม่หลุด จึงใช้มือใหญ่บีบนวดเบา ๆ ไปตามจุดเลือดลมของอวี๋หลิงชิงที่ไม่ค่อยคล่องตัว พลางพูดอย่างหมั่นไส้

“ท่านพี่ยังกล้าพูดอีก ถ้าไม่ใช่เพราะพวกท่านพี่ยั่วยวนข้าทุกวัน จนเกือบทำให้ข้าสิ้นทรหมจรรย์ อาจารย์ก็คงไม่โกรธแล้วไล่พวกท่านพี่ลงจากเขาไป”

ฉู่หลงถูจงใจนวดไล่จากเรียวขาในถุงน่องของอวี๋หลิงชิงขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วลูบไล้จุดให้เลือดลมอย่างทะเล้น ๆ

“ท่านน้อง อย่าเพิ่งที่นี่ กลับบ้านก่อนเถิด~”

อวี๋หลิงชิงครางกระเส่า ฉู่หลงถูกลับยิ้มทะเล้น แล้วชักมือใหญ่กลับมา ทำหน้าขรึมจริงจัง

“ท่านพี่ เราพูดคุยเรื่องจริงจังกันเถิด”

อวี๋หลิงชิงรู้สึกอึดอัดค้างคาใจยิ่งนัก หน้าแดงก่ำแล้วตีฉู่หลงถูทีหนึ่งอย่างขัดใจ

“ไอ้น้องบ้า ไอ้เลว~”

ค้อนใส่ฉู่หลงถูอย่างออดอ้อนไม่รู้จบ อวี๋หลิงชิงจึงเริ่มพูด

“หลังจากข้าได้รับการแจ้งจากอาจารย์ ก็เริ่มสืบข่าวเกี่ยวกับคุกหลงฉือ”

“คุกหลงฉือเป็นสมบัติส่วนบุคคล ผู้บริหารสูงสุดคือคณะกรรมการ มีผู้คุมและสามตุลาการเป็นผู้จัดการคุกโดยตรง”

“ผู้คุมดูแลภาพรวม ส่วนสามตุลาการรับผิดชอบงานต่าง ๆ เช่น ไล่ล่า ไต่สวน และปราบปราม”

“คนที่ตัดสินโทษประหารคุณอา ก็คือตุลาการจรดพู่กันที่รับผิดชอบไต่สวนในสามตุลาการนั่นเอง!”

“หากต้องการทราบสถานการณ์ของคุณอา เร็วที่สุดก็คือเริ่มจากเขา!”

อวี๋หลิงชิงดูนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ที่ข้อมือ

“ข้าให้เลขารวบรวมข้อมูลแล้ว อีกไม่นานคงได้ผล”

ฉู่หลงถูเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ท่านพี่ ลำบากท่านแล้ว”

อวี๋หลิงชิงค้อนใส่เขา “พูดจากเกรงใจอย่างนี้ ข้าจะต่อยเจ้าเสียเลย”

ฉู่หลงถูยิ้ม แล้วเปิดกล่องเครื่องประดับหยิบกำไลหงส์ผงาดออกมา

กำไลสีแดงทั้งเรือน เพียงแค่สะบัดเบา ๆ ก็มีลวดลายเร้นลับวาวแสงแดงเป็นวงกว้าง ดุจหงส์ผงาดสยายปีก นับว่าเป็นสมบัติล้ำค่า!

แต่นอกจากความล้ำค่าแล้ว ก็ไม่มีอะไรพิเศษอีก

ฉู่หลงถูหยิบกระดาษโน้ตออกมาอีก อวี๋หลิงชิงรู้หน้าที่จึงหันหน้ามองไปนอกหน้าต่าง

บนกระดาษมีตัวหนังสือหวัด ๆ ไม่กี่บรรทัด ไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

ฉู่หลงถูนิ่งคิดเล็กน้อย แล้วนำกำไลไปส่องกับกระดาษ ภายใต้แสงสีแดงที่สาดส่อง กลับปรากฏตัวเลขขึ้นมาหลายตัว!

รูม่านตาของฉู่หลงถูหดเล็กลงเท่าปลายเข็มในทันใด!

ตัวเลขเหล่านั้นคือรหัสลับที่มีแค่เขากับพ่อที่รู้กันตั้งแต่สมัยเด็กเมื่อครั้งเล่นเกมสายลับ!

กวาดตาเพียงครั้งเดียว รหัสลับบอกไว้เพียงเรื่องเดียว

กำไลหงส์ผงาดคือกุญแจ ต้องรักษาไว้ให้ดี อย่าให้สูญหาย

ส่วนโทษประหารของตัวเขาเอง กลับไม่มีเอ่ยถึงแม้แต่น้อย

ฉู่หลงถูใช้นิ้วถู ใช้พลังภายในบดกระดาษให้แหลกละเอียด สมองหมุนติ้ว

กำไล...กุญแจ...พ่อออกจากคุกไม่ได้...

หรือว่าแม่ถูกคนขังไว้ และถูกศัตรูใช้ข่มขู่พ่อไม่ให้ออกจากคุก?

แล้วทำไมกำไลสินสอดของแม่ถึงกลายเป็นกุญแจผ่านทางไปยังสถานที่ที่นางถูกขังไว้?

ปริศนามากมาย เบาะแสน้อยเกินไป ฉู่หลงถูยิ่งคิดยิ่งกังวลและร้อนใจ

หากไม่ใช่เพราะคำสั่งเด็ดขาดของพ่อที่ห้ามช่วยเขา เขาคงแหกคุกไปถามพ่อให้รู้เรื่องนานแล้ว!

ในขณะนั้นเอง อวี๋หลิงชิงรับโทรศัพท์

“อะไรนะ? ประสบอุบัติเหตุรถยนต์?”

“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”

อวี๋หลิงชิงวางสาย สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ

“เลขาข้ารอข้าอยู่หน้าบริษัท จู่ ๆ ก็ประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ไม่รู้เป็นตาย!”

ฉู่หลงถูผุดลุกขึ้นนั่งตรง ท่วงท่าคมกริบดุจมีด!

อวี๋หลิงชิงเพิ่งให้เลขาไปสืบข่าวของตุลาการ นางก็ประสบอุบัติเหตุ ช่างบังเอิญถึงเพียงนี้?

“กลับบริษัท!”

ฉู่หลงถูออกคำสั่ง โรลส์-รอยซ์พลันคำรามสนั่นแล้วพุ่งทะยานจากไป

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com