ความรักอันอบอุ่นไหลเวียนอยู่ในบ้าน
ลู่หยางคีบเนื้อให้พ่อแม่กับอดีตภรรยาทั้งสามคนอีกคนละชิ้น จากนั้นหยิบชามเปล่ามาใบหนึ่ง แล้วคีบเนื้อที่มีทั้งมันทั้งแดงใส่ให้หลิวซิ่วหลาน
ถึงหลิวซิ่วหลานจะป่วย แต่ถ้ามีเนื้อให้กิน เธอก็ต้องอยากกินอยู่แล้ว
ยุคนี้เวลากินเนื้อ ทั้งบ้านต้องช่วยกันลงมือ แค่พริบตาเดียวก็แบ่งกันหมดแล้ว
ลู่หยางคีบเนื้อชิ้นใหญ่ใส่ชามของตัวเอง
“กินข้าวกันเถอะ!”
ลู่หยางพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ จากนั้นคนทั้งบ้านก็ก้มหน้าก้มตากินข้าว
เด็กโตหลายคนตักน้ำจากขาหมูมาราดข้าวคนละช้อน กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
เด็กบ้านยากจนไม่ได้มีระเบียบอะไรมากมาย ขอแค่ได้กินอิ่ม ไม่ต้องหิวก็พอ
ส่วนเด็กเล็กทั้งสี่คน เถียนเสี่ยวอวี่ช่วยราดน้ำซุปลงบนข้าวให้นิดหน่อย พวกเขากินกันอย่างเอร็ดอร่อยและพึงพอใจมาก
หลังกินข้าวเสร็จ ลู่หยางก็ไปดูแลหลิวซิ่วหลานอีกครั้ง
ตอนบ่ายโมง
หลิวซิ่วหลานดีใจมาก เมื่อก่อนตอนป่วยเคยมีใครมาดูแลเสียที่ไหน?
มีแต่ต้องฝืนทนเอาเอง
ตอนนี้พอเธอป่วย ลู่หยางก็ทำโจ๊กหมูไม่ติดมันใส่ขิงซอยให้ เธอกินไปตั้งชามใหญ่
ให้ตายสิ พอตกบ่ายหลิวซิ่วหลานก็โวยวายว่าจะออกไปทำงาน ลู่หยางเลยกดเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วหอมแก้มไปหนึ่งที “พอแล้ว ซิ่วซิ่ว อยู่บ้านพักสักวันเถอะ อย่าดื้อเลย”
หลิวซิ่วหลานถึงกับอึ้งไปเมื่อถูกจู่โจมหอมแก้มกะทันหัน
จากนั้นก็ร้องลั่นว่า “อ๊า! ลู่หยาง! แกฉวยโอกาสเอาเปรียบฉัน!”
ลู่หยางรีบวิ่งหนีออกไปทันที หลิวซิ่วหลานไล่ตามเขาไป มือถือรองเท้าคู่ใหม่อยู่ข้างหนึ่ง “แกหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“ซิ่วซิ่ว ฉันไม่ได้ตั้งใจ!”
