เรื่องราวสารพัด
ไม่ก็คนนี้มาเก็บค่าคุ้มครอง ไม่ก็อีกคนมาเก็บค่าบริหาร ค่าขยะ ค่าสถานที่...
สรุปแล้ว คนที่ต้องรับมือกับคนพวกนี้ก็เหมือนถูกสูบเลือด ต้องจ่ายเงินออกไปส่วนหนึ่งทุกเดือน
ถึงมองเผิน ๆ คนในเมืองจะหาเงินได้ไม่น้อย แต่ลองคำนวณดูดี ๆ แล้วค่อย ๆ คิดตาม
เงินที่ได้มาก็มีค่าเท่ากับเงินเดือนก้อนหนึ่งเท่านั้น
ไม่ถึงกับอดตาย แต่ถ้าอยากร่ำรวยจริง ๆ ก็ต้องมีคนที่คุมสถานการณ์ได้
ต้องเป็นคนที่พวกนั้นไม่กล้าเข้ามาหาเรื่อง...
ลู่หยางตั้งสติเล็กน้อยก่อนพูดว่า “เรื่องเงิน ฉันจะหาทางจัดการเอง พรุ่งนี้ซิ่วซิ่วกับอ้ายเหลียนไปที่ร้านอาหารของพี่หงกับฉัน ไปทำงานสักเดือน เรียนรู้งานกันก่อน”
“เออ ดี”
หลิวซิ่วหลานพยักหน้าเบา ๆ
เยี่ยอ้ายเหลียนยิ้มพลางถามว่า “แล้วคืนนี้พวกเราจะไปนอนที่ไหน”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อร้านของชายชราคนนั้น แล้วค่อยตกลงเรื่องต่าง ๆ กัน พวกเธอไม่ต้องยุ่ง คืนนี้ไปนอนในบ้านชั้นบนของร้าน ถ้ากลัวก็ไปนอนด้วยกัน ถ้าใจกล้าก็นอนแยกห้องกันคนละห้อง”
หลิวซิ่วหลานยิ้มแล้วพูดว่า “จะกลัวอะไร ก็คนเหมือนกันทั้งนั้น”
ลู่หยางแตะมุมปากเบา ๆ แล้วพูดว่า “ชายชราคนนั้นทำโลงศพอยู่ห้องข้าง ๆ”
หลิวซิ่วหลานเลิกคิ้วเล็กน้อย “เห็นโลงแล้วจะมีโชคลาภ! แบบนี้ฉันก็ไม่กลัว”
เยี่ยอ้ายเหลียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ฉันเปิดไฟนอนด้วยได้ไหม”
ลู่หยางหัวเราะเบา ๆ “เหลียนเหลียน นอนเปิดไฟพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ หลับไม่ลึก ถ้าทำแบบนี้ไปนาน ๆ จะไม่ดีต่อร่างกาย”
เยี่ยอ้ายเหลียนยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ซิ่ว ฉันขอนอนกับพี่ได้ไหม”
