เดินออกมาพูดว่า “โหย่วเฟิง โหย่วฉิน เจ้าตัวน้อยน่ารักทั้งสองคน รีบไปทำการบ้านได้แล้ว แล้วก็เอาก้อนหินที่เอามาเล่นไปล้างให้สะอาดด้วย ใช้น้ำสบู่ล้างนะ”
ลู่หยางหันไปมองเฉินเสี่ยวเสี่ยวอีกครั้ง เฉินเสี่ยวเสี่ยวแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมาอยู่แล้ว
ใบหน้างดงามของเธอแดงก่ำด้วยความกระดากอาย เด็ก ๆ ดันมาเห็นเข้าเสียได้ว่าเธอกำลังออดอ้อนลู่หยางอยู่!
ช่างน่าอับอายจริง ๆ
เด็กทั้งสองคนอย่างโหย่วเฟิงกับโหย่วฉินหัวเราะแล้วพูดว่า “แม่เขินแล้ว พวกเราเห็นว่าแก้มแม่แดงมากเลย!”
ลู่หยางรีบพูดว่า “เร็วเข้า ไปล้างก้อนหินกัน”
เฉินเสี่ยวเสี่ยวหน้าตึงขึ้นมา เธอรู้สึกว่าความน่าเกรงขามของตัวเองถูกลู่หยางจูบจนหายไปหมดแล้ว
เหลือเพียงความเขินอายและกระดากใจ... กับความรู้สึกอับอายเล็ก ๆ ที่ทำให้แก้มร้อนผ่าว...
โหย่วเฟิงกับโหย่วฉินรีบไปล้างก้อนหินกัน แถมยังหัวเราะอย่างมีความสุข
เฉินเสี่ยวเสี่ยวเลยกลับเข้าไปในห้องทำงานของเธอทันที ‘ฮึ่ย ทั้งหมดเป็นความผิดของลู่หยาง อยู่ดี ๆ จะมาจูบกันทำไม!’
แต่เด็กน้อยสองคนดันแอบมาดูอยู่ด้วยหรือเนี่ย?
ลู่หยางพาโหย่วเฟิงกับโหย่วฉินล้างก้อนหินในกะละมังใบเล็ก พลางพูดว่า “เดี๋ยวพวกเธอไปง้อแม่หน่อย อย่าปล่อยให้แม่โกรธ ผู้หญิงโกรธแล้วไม่ดีต่อสุขภาพ เดี๋ยวจะเป็นก้อนเนื้อในเต้านมได้ง่าย”
โหย่วเฟิงทำหน้าจริงจังแล้วถามว่า “พ่อครับ ก้อนเนื้อคืออะไรครับ?”
“ก็เป็นก้อนเล็ก ๆ ที่งอกอยู่ในเต้านม เป็นของไม่ดีน่ะ”
โหย่วเฟิงกลืนน้ำลาย “พ่อครับ ผมจะไปง้อแม่เดี๋ยวนี้เลย”
