เด็กผู้หญิงช่างใส่ใจนี่ช่างเป็นเสื้อนวมตัวน้อยของพ่อจริง ๆ รู้ด้วยว่าพ่อเหลาไม้ไผ่แท่งเล็กจนเรียบ ไม่ตำมือ เก่งมาก!
“โหย่วเฟิง พูดจาน่าฟัง เข้าสังคมเก่ง มีหัวการค้า เป็นต้นกล้าที่ดีมาก!”
“โหย่วฉิน ลูกสาวคนเก่งของพ่อ เห็นพ่อทำไม้ไผ่แท่งเล็กไว้ตั้งมากมาย ก็คิดจะตั้งใจหัดนับเอง นี่เป็นความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่ดีมาก พ่อดีใจแทนลูกนะ!”
“โหย่วหลินยังเด็กไปหน่อย อยากกินลูกอมก็เป็นเรื่องปกติ แต่ก่อนกินลูกอม ให้เอาไม้ไผ่แท่งเล็กมานับสามรอบ มัดหนึ่งมีสิบแท่ง ให้นับตั้งแต่หนึ่งถึงสิบ ให้พี่โหย่วหัวสอนนะ”
“โหย่วชวงอยู่กับพี่นะ พี่นับ หนูก็คอยมองอยู่ข้าง ๆ ด้วย ดีไหม?”
เสี่ยวเหอทำหน้าใสซื่อไร้เดียงสา “ปาป๊า! หนูก็ต้องดูด้วยเหรอ?”
“แน่นอน เสี่ยวเหอก็เป็นเด็กดี ต้องหัดนับเหมือนกัน”
เสี่ยวเหอทำหน้าอ่อนโยนน่ารัก “หนู หนูก็เป็นเด็กดีเหมือนกัน”
จากนั้นเด็ก ๆ ทุกคนก็ได้รับมอบหมายเรียบร้อย
ลู่หยางเดินผ่านเด็ก ๆ ไปที่ประตูรั้วบ้าน
บังเอิญว่าหลิวซิ่วหลานกับผู้หญิงอีกสามคนกลับมาพอดี แต่ก่อนหน้านี้พวกเธอได้ยินลู่หยางอบรมเด็ก ๆ อยู่
จึงยืนเงียบ ๆ ไม่เข้าไปขัดจังหวะ
เยี่ยอ้ายเหลียนทำหน้าเขินอาย “แค่ก ๆ เอ่อ ฉันไปสวนผักก่อนนะ”
หลิวซิ่วหลานถูกเยี่ยอ้ายเหลียนดึงแขน “อ้อ ฉันก็ไปสวนผักด้วย”
เฉินเสี่ยวเสี่ยวเห็นว่าตัวเองกำลังถือเสื้อผ้าที่เพิ่งซักอยู่ “ฉัน... อ๊ะ ใช่แล้ว ฉันอยากไปซื้อของที่สหกรณ์หน่อย ลู่หยาง ตากผ้าให้หน่อยได้ไหม?”
ลู่หยางยื่นมือไปรับเสื้อผ้าจากเฉินเสี่ยวเสี่ยว “จะไปซื้ออะไร? ขี่จักรยานไปสิ เร็วกว่ากันเยอะ”
