โหรหลวงกลับถึงหอฉีเทียนแล้ว หวนนึกถึงภาพที่พบฉินสวินอวี่และเด็กน้อยในตำหนักบูรพาเมื่อวันนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่สงบใจ
“ผู้ใดอยู่!” เขาเรียกเสียงหนึ่ง ผู้ที่เข้ามาคือฉือหู องครักษ์คนสนิทของเขา
“ติดต่อคนของเราในจวนอ๋องจ้านหวัง ข้าต้องการรู้สถานการณ์ของฉินสวินอวี่ระยะนี้”
เมื่อโหรหลวงกล่าวจบ ฉือหูชะงักไปเล็กน้อย คล้ายนึกสิ่งใดได้จึงคุกเข่าลงทันที “นายท่าน ทางนั้นไม่ได้ส่งข่าวมาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนั้นท่านกำลังปิดด่าน…”
เขาพูดยังไม่ทันจบ ก็ถูกฝ่ามือของโหรหลวงฟาดกระเด็นออกไป กระแทกกำแพงแล้วร่วงลงพื้น
ฉือหูกระอักเลือด รวบรวมเรี่ยวแรงพยุงตัวลุกขึ้น คุกเข่าลงอีกครั้ง “นายท่านโปรดระงับโทสะ”
เขารู้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงเพียงใด แม้แต่จะเอ่ยปากขออภัยยังไม่กล้า เพียงหวังว่าโหรหลวงจะไม่โกรธ
โหรหลวงเห็นท่าทีของเขานับว่าใช้ได้ อีกทั้งเห็นคราบโลหิตที่มุมปาก จึงโบกมือ “ออกไปเถิด! ให้โยวเช่อมาพบข้า”
ฉือหูเต็มไปด้วยสีหน้าซาบซึ้งบุญคุณยิ่งนัก เมื่อถอยออกมาแล้วจึงเช็ดมุมปาก ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมา
วกวนไปมาจนถึงลานร้างแห่งหนึ่ง “ตึง ตึง ตึง——”
หลังประตูดังเสียงแหบแห้งของบุรุษผู้หนึ่ง “ว่า”
“นายท่านต้องการพบท่าน”
บุรุษนั้นไม่ตอบ ฉือหูกล่าวจบก็ผละจากไป
ไม่มีผู้ใดรู้ว่าโหรหลวงสนทนากับบุรุษนั้นว่าสิ่งใด เพียงรู้ว่าเมื่อยามจื่อ(1)เพิ่งเริ่ม สามคนที่สวมชุดดำก็ออกจากหอฉีเทียน
ยามวิกาล จวนอ๋องจ้านหวังยังคงแผ่บรรยากาศสงบร่มเย็น
มีองครักษ์ลาดตระเวนเดินผ่านไปมาเป็นระยะ
ชุดดำสามคนสังเกตอยู่นาน แต่ก็ยังจับจังหวะไม่ได้
หนึ่งในนั้นสบถ “บัดซบ พวกลาดตระเวนมีเท่าไหร่กันแน่”
“พวกเรามีเวลามาก คืนนี้ไม่ได้ผลก็คืนหน้า”
ทั้งสามคนนี้ คือองครักษ์ลับที่โหรหลวงส่งมาสืบสภาพในจวนอ๋องจ้านหวัง
กระทั่งยามโฉ่ว(2)สิ้นสุด ทั้งสามจึงหาโอกาสเข้าไปในจวนอ๋องจ้านหวังได้
เด็กน้อยยามนี้กำลังนอนหลับกางแขนกางขา บนพุงมีชายผ้าห่มคลุมอยู่เล็กน้อย แขนขาเล็กขาวนุ่มโผล่พ้นออกมา
ทันใดนั้น จากในผ้าห่มของนางมีอสรพิษสีเขียวเข้มตัวหนึ่งเลื้อยออกมา งูตัวนั้นเอาหางตีนางอยู่ไม่หยุด
ฉินโยวโยวกำลังฝันดี รู้สึกถูกรบกวน จึงถีบงูตัวนั้นกระเด็นออกไปทีหนึ่ง
