ฉินโยวโยวขยับมือน้อย ๆ “ลุกขึ้นเถิด!”
ท่านหญิงใหญ่ประคองบุตรชายให้ลุกขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ตอนที่ผีป่าต้าจ้วงสิงอยู่ในร่างของเขา จะถูกฉินโยวโยวทุบตีจนอัปลักษณ์ แต่ขอเพียงบุตรชายยังยืนหยัดอยู่ตรงหน้าได้ ก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว
บัดนี้นางมีเรื่องให้กลัดกลุ้มเพียงสองประการ คือจะตอบแทนบุญคุณนี้อย่างไร และใครกันคือผู้ที่คิดร้ายต่อบุตรของนาง
ครั้นแรกพบ ก็เพียงรู้สึกว่าเด็กน้อยหน้าตานุ่มนิ่มน่าเอ็นดู น่ารักน่าชัง
ยามนี้เมื่อพิจารณาอีกครั้ง นางก็คือเทพอสูรบรรพกาลรูปงามน่ารักที่จุติลงมาจริง ๆ
เพราะว่ามนุษย์ธรรมดาผู้ใดจะทำสิ่งเหล่านี้ได้?
สิ่งที่พวกผู้ใหญ่ยังทำไม่สำเร็จ โยวโยวเด็กน้อยกลับทำได้ราวกับเป็นเรื่องง่ายดาย
เฉินซิงเหยี่ยนยังอยากกล่าวคำขอบคุณสักหน่อย แต่กลับเห็นเด็กน้อยกิน ๆ อยู่ก็…หลับไปเสียแล้ว
“ท่านพี่หญิง เด็กน้อยเหนื่อยล้าแล้ว พวกเราขอตัวกลับก่อน เรื่องอื่นใดพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
ฉินสวินอวี่อุ้มฉินโยวโยวที่หลับสนิทแล้ว เอ่ยกับท่านหญิงใหญ่เบา ๆ
“ข้างนอกเคอร์ฟิวแล้ว เช่นนั้นพวกท่านพักที่จวนท่านหญิงก่อนเถิด!”
ท่านหญิงใหญ่ยิ้มเจื่อน กล่าวอย่างระมัดระวัง เกรงว่าจะปลุกเด็กน้อยในอ้อมกอดเขาให้ตื่น ทว่าก็กลัวว่าพวกเขาจะจากไปเช่นนี้
เพราะว่าในเรือนเล็กกลางป่าไผ่นั้น ได้ยินว่ายังมีค่ายกลสูบกินวิญญาณอยู่
วิญญาณของเฉินซิงเหยี่ยนเพิ่งกลับคืนสู่ร่าง ยังไม่คุ้นชินนัก ทว่าท่านหญิงใหญ่และสามีผ่านอะไรมามากมาย ร้อนใจยิ่งนักว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก
ฉินสวินอวี่มีสีหน้าขุ่นเคืองอยู่บ้าง ช่วยเหลือกันถึงเพียงนี้ ยังจะไม่ยอมให้กลับบ้านอีกหรือ?
ท่านหญิงใหญ่หันไปมองซูม่อถังด้วยแววตาขอความช่วยเหลือ หวังว่านางจะช่วยเอ่ยปากแทนสักประโยค
ซูม่อถังเข้าใจความคิดของท่านหญิงใหญ่และสามี ทว่าก่อนหน้านี้นางพูดผิดไปแล้ว ครานี้ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะไม่เอ่ยปากอีก
ตอนที่โยวโยวกำลังง่วนอยู่นั้น นางก็ได้เตือนตัวเองในใจครั้งแล้วครั้งเล่า ต้องเข้าใจจุดยืนของตน ให้ชัดเจนในบทบาทของตน รู้ว่าตนเป็นใคร
