พนักงานเสิร์ฟทุกคนผ่านการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ เวลายกอาหารจึงห้ามเหลือบมองไปทั่ว
แม้จะสัมผัสได้จากหางตาว่าชายคนนี้หล่อเหลาสุด ๆ
แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมากลับมีมากกว่าความอยากรู้อยากเห็นของเธอ
เธอถึงขั้นได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเบา ๆ ดังเป็นระยะจากใต้โต๊ะ
ราวกับมีมิกกี้เมาส์แอบกินชีสอยู่ใต้โต๊ะ
หลังเสิร์ฟอาหารเสร็จ เธอก็ถามอย่างใส่ใจว่า “คุณผู้ชาย ต้องการให้เรียกคนมาตรวจดูโต๊ะไหมคะ?”
เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามิกกี้เมาส์ที่อยู่ข้างขาแข็งทื่อไปแล้ว
ซีอวี้เจิงยิ้ม พลางแสร้งถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ “โต๊ะนี้มีปัญหาอะไรหรือครับ?”
ฝ่ามือถูกคนที่ทำตัวมีพิรุธบีบเข้าให้
เหมือนกำลังตำหนิเขาว่าถามทั้งที่รู้อยู่แล้วไปทำไม
พนักงานเสิร์ฟพูดว่า “ได้ยินเสียงดังมาจากใต้โต๊ะตลอดเลยค่ะ กลัวจะรบกวนมื้ออาหารของคุณ ต้องการให้เรียกคนมาตรวจดูไหมคะ?”
ก่อนเขาจะเอ่ยปาก หลังมือก็ถูกหยิกอีกครั้ง คราวนี้แฝงคำเตือนเอาไว้
ซีอวี้เจิงคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้โดยไม่แสดงท่าทีอะไร หยุดมือที่ขยับไปมาไม่ยอมหยุด
เขาตอบพนักงานเสิร์ฟอย่างสงบนิ่ง “ไม่ต้องครับ ขอบคุณ”
“ได้ค่ะ ขอให้รับประทานอาหารให้อร่อยนะคะ”
พนักงานเสิร์ฟเข็นรถอาหารออกไป พอปิดประตูแล้วเดินจากไป
ซีอวี้เจิงก็ยกผ้าปูโต๊ะขึ้น
ข้อมือเรียวบางทั้งสองข้างของเธอถูกมือข้างเดียวของเขากำไว้ เส้นเลือดปูดนูนบนหลังมือใหญ่แข็งแรงแนบอยู่บนผิวเนื้อนุ่มละเอียด
ความแตกต่างเด่นชัด ดูหยาบกระด้างอย่างยิ่ง
เขาก้มตามอง “เมื่อกี้ดิ้นทำไม?”
อู๋ชิงเหยาต้องเงยหน้าขึ้นถึงจะมองเห็นเขาได้ เธออยู่ต่ำกว่าเขามาก
