“พี่ถาน มาช่วยพยุงฉันหน่อย”
เสียงผู้ชายที่อยู่หลังม่านร้องเรียกไม่หยุด
“พี่ถาน พี่ถาน!”
ถานเคอเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วเดินดุ่มเข้าไปหา “จะร้องเรียกอะไรนักหนา สมองโดนกระแทกจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง?”
ชายหนุ่มถูกลูกบอลพุ่งกระแทกเข้าหน้าอย่างจังกลางสนามบาสเกตบอล จนหมดสติไปทันที เป็นถานเคอที่แบกเขามาส่งห้องพยาบาล
“ในนิยาย พอฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่ทำก็ต้องตามหาผู้มีพระคุณช่วยชีวิตไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มพันผ้าพันแผลรอบหัวเป็นชั้น ๆ พลางยิ้มทะเล้น
ถานเคอหัวเราะเยาะ “ถ้าประโยคต่อไปนายจะบอกว่าขอทดแทนบุญคุณด้วยร่างกาย ฉันจะชกหัวนายอีกรอบเดี๋ยวนี้แหละ”
ชายหนุ่มหยอกล้อโต้ตอบกับถานเคออีกสองสามประโยค ก่อนเหลือบไปเห็นนักศึกษาที่เข้าเวรอยู่ในห้องพยาบาลแล้วรู้สึกคุ้นหน้า
เขาคว้าแขนถานเคอแล้วรีบพากันออกจากห้องพยาบาล
“เดินเร็วขนาดนี้ ข้างหลังมีผีหรือไง?” ถานเคอเหลือบมองเขา
เดินห่างออกมาได้ไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มถึงเอ่ยว่า “คนที่ทำแผลให้ฉันเมื่อกี้คือซีอวี้เจิงหรือเปล่า?”
พอพูดถึงอีกฝ่าย ถานเคอก็ทำหน้าไม่สบอารมณ์ “ใช่”
ชายหนุ่มรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ อดหวาดหวั่นไม่ได้ “เขาคงไม่โรยยาพิษใส่แผลฉันหรอกนะ?”
เขาสั่นสะท้าน ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ “พี่ถาน เมื่อกี้ฉันได้ยินพี่คุยโทรศัพท์ถึงอู๋ชิงเหยา คิดว่าซีอวี้เจิงจะได้ยินไหม?”
ถามอะไรไร้สาระ เขาที่บาดเจ็บจนสติไม่เต็มร้อยยังได้ยินเลย
ซีอวี้เจิงเป็นคนหูปกติ จะไม่ได้ยินก็ยาก
ถานเคอแค่นเสียง “ได้ยินแล้วจะทำไม?”
