ซีฉือจู๋ยืดตัวขึ้น เดินไปยังระเบียง สายตาคมกริบกวาดมองทุกซอกทุกมุม
“สองสามวันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?” เธอถาม
ซีอวี้เจิงตอบว่า “ก็ดีครับ”
“อีกปีก็เรียนจบแล้ว คิดจะทำอะไรต่อ?”
ซีฉือจู๋ถาม “จะเรียนต่อปริญญาโท หรือไปทำงานที่ที่แม่ติดต่อไว้ให้?”
“ตอนนี้คิดว่าจะเรียนต่อครับ”
“อืม เรียนแพทย์แล้วเรียนต่ออีกสักหลายปีก็ดีเหมือนกัน”
ตึง—
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังมาจากทางห้องนอน
ซีฉือจู๋หันกลับไปมองเขาอย่างรวดเร็ว หางตาเย็นเยียบ “ในห้องมีคนอื่นด้วยหรือ?”
“ไม่มีครับ”
ซีอวี้เจิงสีหน้าไม่เปลี่ยน “ผมอยู่คนเดียวหรือเปล่า แม่รู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือครับ?”
คำพูดของเขามีนัยแฝง
ซีฉือจู๋เข้าใจว่าเขาหมายถึงห้องนี้เธอเป็นคนซื้อให้ จะมีคนอื่นอยู่หรือไม่เธอย่อมรู้ดีที่สุด
แต่ความกังขาในใจยังไม่คลาย
ตั้งแต่เขาเข้ามหาวิทยาลัยและไม่ได้อยู่บ้าน ใจเธอก็เหมือนมีนาฬิกาแขวนอยู่ คอยนับถอยหลังตลอดเวลา ทำให้กระวนกระวายไม่เป็นสุข
เธอก้าวยาว ๆ ไปทางห้องนอน
เริ่มจากห้องนอนแขก กระทั่งตู้เสื้อผ้าก็ยังไม่เว้นให้รอดสายตา จากนั้นก็พบว่าห้องนอนอีกห้องถูกล็อกไว้
สีหน้าเธอเคร่งขรึมขึ้นทันที “เปิดประตู”
ซีอวี้เจิงตอบอย่างสงบนิ่ง “ข้างในไม่มีอะไรครับ แม่”
ซีฉือจู๋พูดซ้ำอีกครั้ง “เปิดประตู!”
อยู่คนเดียวดี ๆ แล้วจะล็อกห้องไว้ทำไม
เธอมั่นใจว่าข้างในห้องนี้ต้องมีบางอย่างที่เธอไม่ควรเห็น
ซีอวี้เจิงเองก็ไม่ใช่คนชอบพูดให้มากความ จึงล้วงกุญแจออกจากกระเป๋าอย่างง่ายดาย
พอประตูเปิด ซีฉือจู๋ก็พุ่งเข้าไปทันที
