รถถังเบาสามคันเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าบนถนน ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที จางต้าหนิวก็นำกองร้อยที่หนึ่งวิ่งหอบตามมาทัน ด้านหลังกองร้อยสองและกองร้อยสามก็ตามมาติด ๆ
เหลือบมองผู้บังคับหมวดที่ใบหน้าเปื้อนเลือด แล้วมองรถถังสามคันที่กลับมาตั้งขบวนรูปตัวอักษรผิ่นอีกครั้ง แววตาฉายความสงสัย
“เอ๊ะ? ไม่ใช่ให้ไปเรียกพวกเขาให้จอดไว้คันเดียวหรอกหรือ ทำไมถึงจอดทั้งสามคันล่ะ?”
ผู้บังคับหมวดยกมือปาดเลือดบนหน้า แสยะยิ้ม
“คงกลัวจนเข็ดน่ะครับ ไม่กล้าวิ่งหนีต่อแล้ว”
“กลัวจนเข็ด?”
จางต้าหนิวพึมพำ นึกถึงซากระเบิดของรถถังเบาสองคันที่ยังลุกไหม้อยู่ในลานบ้านที่เพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่ แล้วหัวเราะลั่น
“ข้านึกว่าหลิวซู่เจียงหมอนั่นหดอยู่ในกระดองเต่าไม่กลัวฟ้าดินเสียอีก ที่แท้ก็รู้จักกลัวเหมือนกันนี่หว่า!”
พอมีทหารราบกระจายกำลังอยู่สองปีก รถถังเบาสามคันก็กลับมามีจังหวะอีกครั้ง
ปืนใหญ่บนรถถังจัดการจุดไฟแรงทีละจุด ทหารราบตามหลังเข้าไปกวาดล้างพวกผีญี่ปุ่นในอาคารสองข้างทาง
เมื่อผ่านตรอกอีกแห่ง อาคารสีเทาหลังนั้นที่แขวนธงผีญี่ปุ่นและมีกระสอบทรายกองสุมอยู่รอบเป็นป้อมก็ปรากฏตรงหน้า
กองบัญชาการของพวกผีญี่ปุ่นมาถึงแล้ว
รถถังเบาแบบ 95 สามคันจอดเรียงในลานกว้างของกองบัญชาการ
ป้อมปืนหมุนอย่างช้า ๆ ลำกล้องปืนใหญ่ 37 มม.เล็งไปที่ถนนนอกลาน ปิดกั้นทุกเส้นทางที่เข้ามาได้
หลี่หมิงหย่วนและซุนโหย่วเซิ่งก้าวเท้าเร็ว ๆ เข้าไปในประตูลาน