"หัวหน้า มีคนมาหาคุณ"
ประโยคเดียวตัดบทการครุ่นคิดของเฉินกุย
เขาลืมตา ทหารยามลาดตระเวนคนหนึ่ง นำชายกลางคนสวมเสื้อกันหนาวเก่าขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย เดินตรงเข้ามาหา
เฉินกุยยั้งกาย ก่อนยิ้มเดินเข้าไปหา คว้ามือของอีกฝ่ายไว้แน่น มือนั้นหยาบกร้าน แห้งแตก เต็มไปด้วยหนังด้านหนา
"พ่อหนุ่ม ผมคือเฉินกุย คุณมาหาผมหรือ"
ชายคนนั้นดูไม่อยากเชื่อว่าแม่ทัพนายกองจะอัธยาศัยดีถึงเพียงนี้ รู้สึกราวกับได้รับการยกย่องเกินควร
เขาไม่ใช่คนพูดจาหวานหู จึงเอ่ยตรง ๆ ด้วยความซื่อเรียงง่าย ตามวิสัยชาวไร่ชาวนา
"นายท่านครับ พอดีมีชาวบ้านหนีออกจากอำเภอจู้หรงเมื่อเช้านี้ เป็นญาติของผม เขาเล่าว่า... ในเมืองมีพวกผีน้อยมาหนาตา และกวาดต้อนเชลยไปด้วย แถมยังมีไอ้เต่าเหล็กอีก! ผมกลัวพวกมันจะบุกเข้าป่ามาหาเรื่องพวกนาย ระวังให้ดีนะครับ!"
เฉินกุยกุมมือเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม
"สบายใจได้ ตราบใดที่ยังมีเราอยู่ในป่า พวกมันไม่กล้าก้าวเข้ามาหรอก"
"ดี ดีจริง! ถ้าอย่างนั้นผมก็เบาใจแล้ว แรก ๆ ยังกลัวว่าพวกนายจะยังไม่รู้อีก"
พูดพลาง เขาก็เหลียวไปเห็นความคึกคักของคนที่กำลังแจกเบี้ยเลี้ยงอยู่ไม่ไกล แววตาฉายความอิจฉาเล็กน้อย ก่อนยิ้มออกมา
"งั้นพวกนายตามสบายเถิด ผมขอตัวก่อน"
"เดี๋ยวก่อน ฉันจะให้ท่านเสียเที่ยวมาได้ยังไง"
เฉินกุยจับมือเขาไว้ไม่ปล่อย หันไปบอกทหารยาม
"เอ็งไปหยิบเหรียญเงินมาสองเหรียญ"
ชายกลางคนนั้นได้ฟังก็สะดุ้งราวถูกไฟลวก รีบสะบัดมือเฉินกุยออก หันหลังเดินหนี พลางโบกมือปฏิเสธ
"ข้าน้อยเอาอย่างอื่นจากท่านไปแล้วนะขอรับ ม้าดี ๆ ตั้งตัวนึง จะมารับเงินอีกได้อย่างไร ขอท่านเก็บไว้ใช้เถอะ เงินนี่ต้องใช้เยอะแน่ ข้าน้อยไม่รับหรอก!"
