ชายหนุ่มกวาดตามองความเละเทะรอบตัว ตามด้วยเสียงเย็นชาที่คุ้นเคย “ทำให้เรียบร้อยกว่านี้”
“ครับ หัวหน้าผู้คุม” ผู้คุมขานรับอย่างนอบน้อม
“มีนักโทษใหม่กี่คนวันนี้” ชายหนุ่มถาม
ผู้คุมก้มหัว “ทั้งหมด 58 คนครับ มีไม่เชื่อฟังสองสามคน จัดการไปแล้ว ตอนนี้เหลือ 43”
“ทำให้พวกมันรู้จักกฎซะ จะได้ไม่ก่อเรื่องอีก” หัวหน้าผู้คุมพูดจบก็จะหมุนตัวจากไป
ทันใดนั้น นักโทษที่อยู่ตรงหน้าหัวหน้าผู้คุมก็ตะโกนลั่น “ฉันไม่ได้ทำผิด แกมีสิทธิ์อะไรมาขังฉัน ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ! ไอ้แต๋ว! หน้าอย่างกับตุ๊ด…”
สิ้นเสียงยังไม่ทันจาง ก็เห็นหนวดสัมผัสสีม่วงดำเส้นหนึ่งพุ่งออกจากตัวหัวหน้าผู้คุมด้วยความเร็วสูง
พุ่งทะลุคอของชายคนนั้นทันที
‘ฉึบ’ เสียงดัง ชายคนนั้นยกมือกุมคอ เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
หนวดสัมผัสสีม่วงดำหดกลับมาอย่างรังเกียจ สะบัดเลือดทิ้งลงพื้น
ผู้คุมตัวสั่นเทา รีบโค้งคำนับชายหนุ่ม “ขอโทษครับหัวหน้าผู้คุม นี่เป็นนักโทษใหม่ ยังไม่ได้ดูกฎระเบียบ”
“อบรมให้ดี ถ้ามีครั้งหน้า คนตายคือแก” เสียงของหัวหน้าผู้คุมเย็นเยือกไร้ระลอกอารมณ์ ฝีเท้าไม่หยุดแม้แต่น้อย รองเท้าหนังกระทบพื้นดัง ก่อนร่างทั้งร่างจะจางหายสู่ความมืด
นี่ทำให้เสิ่นเจียเหอที่เดิมทีอยากพูดอะไรบางอย่างถึงกับหุบปากฉับ
เห็นได้ชัดว่า ที่นี่ นอกจากนักโทษแล้ว ที่เหลือล้วนไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา
ผู้คุมกล่าวตักเตือนอีกสองสามประโยค แล้วจึงหมุนตัวจากไป
เสิ่นเจียเหอเริ่มหลับตาจัดระเบียบความคิด ทันใดนั้นข้างตัวก็มีเสียงสดใสดังขึ้น “คุณพี่เป็นคนใหม่สินะ”
ได้ยินเสียง เสิ่นเจียเหอจึงลืมตามองตามทิศทาง เห็นเด็กหนุ่มอายุราวยี่สิบปีนั่งอยู่บนเตียง มองเธอด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า
แววตาเธอมีความระแวดระวังเล็กน้อย พยักหน้าและตอบรับ “อืม”
เด็กหนุ่มกระโดดลงจากเตียง เดินมาทางเธอ ยิ้มทักทาย “ผมชื่อติงตง เข้าดันเจี้ยนเป็นครั้งที่สามแล้ว มีประสบการณ์พอสมควร พี่มีปัญหาอะไรถามผมได้หมดเลยนะครับ~”
เสิ่นเจียเหอเม้มริมฝีปาก ถามเสียงเบา “ถ้าในดันเจี้ยนนี้ได้รับบาดเจ็บหรือตายขึ้นมา ในโลกจริงจะมีผลกระทบมั้ย”
ติงตงยิ้มมุมปาก ใบหน้าเปื้อนยิ้มมองเสิ่นเจียเหอ น้ำเสียงแฝงความขี้เล่น “พี่นี่ถามดีนะ ตรงประเด็นสำคัญเลย”
“เราเข้าดันเจี้ยนด้วยร่างจริง เพราะงั้นถ้าบาดเจ็บในดันเจี้ยน แผลพวกนั้นก็จะติดตัวออกไป”
“ส่วนตาย… ก็ตายในดันเจี้ยนนั่นแหละ ออกไปไม่ได้”
เมื่อได้ฟังคำของติงตง คิ้วของเสิ่นเจียเหอก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ติงตงเปลี่ยนน้ำเสียง และพูดต่อ “แต่พอเคลียร์ดันเจี้ยนผ่านแล้ว ระบบจะให้รางวัลเป็นอุปกรณ์และแต้ม ถ้าพี่โชคดีหน่อย อาจจะสุ่มได้ของใช้เอาตัวรอดมาด้วย”
เสิ่นเจียเหอถามต่อ “แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าเคลียร์ดันเจี้ยนผ่าน”
ติงตงยิ้มต่อ “พอระบบดันเจี้ยนเริ่มจริง ๆ มันจะแจ้งเงื่อนไขเคลียร์ให้พี่เอง แต่ในแต่ละดันเจี้ยน ถ้าบอสปีศาจตาย ดันเจี้ยนก็จะนับว่าผ่าน”
หยุดนิดหนึ่ง เสริมต่อ “ภารกิจย่อยในดันเจี้ยนก็ซับซ้อนดี ถ้าทำสำเร็จสักอัน อาจได้รางวัลพิเศษ พี่จ๋า ยังมีคำถามอีกมั้ย”
เสิ่นเจียเหอมองไปที่ติงตง หรี่ตาลงนิดหน่อย “คำถามสุดท้าย ทำไมนายถึงยอมบอกเรื่องพวกนี้ให้ฉันฟัง”
เธอไม่มีทางเชื่อหรอกว่ามนุษย์มีจิตใจดีงามโดยกำเนิด เจ้าหนูนี่ดูอายุไม่เยอะ แต่จากคำพูดเมื่อครู่ก็รู้ได้เลยว่าเป็นคนไม่ธรรมดา
ติงตงเอื้อมมือผ่านลูกกรงเหล็กมาเป็นมิตร “ดันเจี้ยนมันเคลียร์ยาก ถ้าใช้แค่คนเดียวก็ยิ่งยาก ผมเลยอยากหาคนที่ฉลาด ๆ มาร่วมมือด้วย ซึ่งก็เห็นได้ชัดเลยว่าพี่นี่แหละใช่เลย”
เสิ่นเจียเหอหลุบสายตาลงต่ำ ตอนนี้เธอยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับดันเจี้ยนนี้เลยสักนิด
หัวหน้าผู้คุมที่มาเมื่อครู่ ทั้งรูปร่างและน้ำเสียงมันเหมือนหลินหย่วนโจวเกินไปแล้ว! เธอต้องไปสืบให้รู้เรื่อง!
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าคนตรงหน้ามีจุดประสงค์อะไรถึงได้เข้ามาใกล้ชิดเธอ แต่เสิ่นเจียเหอก็ยังพยักหน้าตกลง
“ได้ ยินดีที่ได้ร่วมมือ”
ติงตงเห็นเสิ่นเจียเหอไม่มีทีท่าจะยื่นมือมา ก็ไม่ถือสา เอามือกลับ
เขาเหลือบมองเวลาบนผนัง พูดเสียงเบา “ใกล้ถึงเวลาแล้ว”
เสิ่นเจียเหองงนิดหน่อย อะไรถึงเวลาแล้ว
‘ปิ๊ด ๆ ๆ’!!!
เสียงสัญญาณเตือนดังแสบแก้วหูดังลั่น ทั้งเรือนจำเต็มไปด้วยแสงสีแดงก่ำ
ประตูคุกทุกบานที่เคยปิดขังพวกเธอเปิดออกพร้อมกันในเวลาเดียวกัน
ติงตงก้าวออกมาจากด้านใน เดินมาตรงหน้าเสิ่นเจียเหอ “พี่ ไปกันเถอะ พวกเราไปหาเบาะแสเคลียร์ดันเจี้ยนกัน”
เผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าที่พึ่งเจอกันครั้งแรก เสิ่นเจียเหอยังคงตั้งการ์ดตลอดเวลา
นางก้าวขา เดินออกจากห้องขัง
วินาทีที่ย่างเท้าพ้นจากห้องขัง จู่ ๆ ในอากาศก็มีเสียงจักรกลดังขึ้น
[ยินดีต้อนรับนักเล่นเกมเข้าสู่ดันเจี้ยนสยองขวัญระดับ A——เรือนจำเกาะกลางทะเล]
[เงื่อนไขการเคลียร์ดันเจี้ยนมีดังนี้:
1 สังหารบอสแห่งเรือนจำเกาะกลางทะเล——หัวหน้าผู้คุม
2 เอาชีวิตรอดภายในดันเจี้ยนเรือนจำเกาะกลางทะเลเป็นเวลา 7 วัน
3 ตามหาคนรักของหัวหน้าผู้คุม แล้วนำไปส่งต่อหน้าหัวหน้าผู้คุม]
[ดันเจี้ยนเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ!]
เมื่อเสียงจักรกลสิ้นสุดลง ประตูใหญ่ที่แต่เดิมล็อกสนิทก็ถูกเปิดออกกว้าง นักเล่นเกมกลุ่มหนึ่งก็พากันกรูออกไปข้างนอกประตูใหญ่ราวกับฝูงผึ้งแตกรัง
ติงตงกำลังจะวิ่งตามออกไป ถูกเสิ่นเจียเหอเรียกไว้ “เดี๋ยวก่อน”
“มีอะไรหรือพี่” ติงตงหันกลับมามอง
เสิ่นเจียเหอมองไปยังทางเข้าออกหลัก “ที่นี่เสียงดังเอะอะขนาดนี้ ผู้คุมไม่มีทางไม่รู้ตัวแน่ ถ้าพวกเราออกทางประตูหลักตรง ๆ อาจจะไปชนพวกปีศาจนั่นเข้า”
พูดไปด้วย สายตาเสิ่นเจียเหอก็กวาดมองรอบทิศ ก็เห็นประตูเล็กบานหนึ่ง
“พวกเราออกทางประตูเล็กกัน”
ภาพรวมของเรือนจำเป็นทรงวงรี นอกจากประตูหลักแล้ว ซ้ายขวาก็ยังมีประตูเล็กอีกอย่างละบาน
เสิ่นเจียเหอเดินไปทางประตูเล็กนั่น ก็เริ่มมีอีกหลายคนแอบเดินตามมาเป็นระยะ ๆ
สองคนเพิ่งจะก้าวพ้นประตูเล็กออกไป ด้านหลังก็พลันมีเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาเป็นระลอก ๆ ดังขึ้น
“อ๊ากกก!!”
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!!”
“ปล่อยฉันนะ! พวกนี้มันตัวประหลาดอะไรกัน!”
ตามมาติด ๆ ก็คือเสียงประกาศตามสาย “เกิดเหตุแหกคุกหมู่ เกิดเหตุแหกคุกหมู่ เรียกผู้คุมทั้งหมด!! เมื่อพบนักโทษ ฆ่าได้ทันที!”
หลังเสียงประกาศตามสายจบลง พวกที่แต่เดิมยังลังเลอยู่ว่าจะออกดีหรือไม่ ก็พากันวิ่งแบบบ้าคลั่งขึ้นมาทันที
เพราะถ้าถูกจับได้! มีแต่ตายกับตายนะเว้ย!
