กัวเหมี่ยวมองลู่เจิ้นถิงด้วยแววตาเห็นใจ ก่อนพูดว่า “พี่อัน อย่างน้อยพี่ถิงก็เป็นแค่คนธรรมดา หมูป่ายังสู้พี่ไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงเขาหรอก”
ลู่เจิ้นถิง “……”
เอาเขาไปเปรียบเทียบกับหมูป่าเนี่ยนะ มีมารยาทไหม?
ซูอันไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ แต่เล่าสถานการณ์ของสายลับสองคนที่เธอจับมาได้ใหม่ให้ลู่เจิ้นถิงกับกัวเหมี่ยวฟัง
พอรู้ว่าซูอันจับสายลับมาได้อีกสองคน ลู่เจิ้นถิงกับกัวเหมี่ยวต่างก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์เหลือเกิน
พวกเขาเฝ้าจับตาสายลับอยู่ที่นี่มานาน แต่กลับไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย
กว่าจะเจอสายลับสักคน ก็เกือบถูกตามฆ่า โชคดีที่ซูอันโผล่มาช่วยพวกเขาไว้
พวกเขามันไร้ค่าเสียจริง เป็นสมาชิกหน่วยรบพิเศษมืออาชีพแท้ ๆ แต่กลับสู้ปัญญาชนที่ถูกส่งลงชนบทอย่างซูอันไม่ได้
พอซุนซินซินทำอาหารกลางวันเสร็จ ทุกคนก็นั่งกินเนื้อแกะย่างกับซี่โครงแกะย่างกันในลานบ้าน
หลังจากกินอิ่ม กัวเหมี่ยวก็ยังรู้สึกอยากกินต่ออีกหน่อย
ถ้าได้มากินข้าวกับซูอันและซุนซินซินที่นี่ทุกวันก็คงดี
พอได้กินอาหารฝีมือซุนซินซิน กัวเหมี่ยวก็รู้สึกว่าอาหารฝีมือลู่เจิ้นถิงสู้ไม่ได้เสียแล้ว
ระหว่างทางกลับ กัวเหมี่ยวยังอดทอดถอนใจต่อหน้าลู่เจิ้นถิงไม่ได้ “พี่ถิง ถ้าฝีมือทำอาหารของพี่ดีเท่าปัญญาชนซุน ผมคงได้กินของอร่อยไปด้วยแล้ว”
ลู่เจิ้นถิงสัมผัสได้ว่ากัวเหมี่ยวกำลังดูแคลนฝีมือทำอาหารของเขา จึงแค่นเสียงแล้วพูดว่า “ถ้าคิดว่าฉันทำไม่อร่อย คราวหน้าก็ทำกินเองสิ”
