บทที่ 5 อุปสรรคขวางกั้น
แผนที่เขตปลอดภัยนั้นกว้างใหญ่มาก ใหญ่เสียจนครูภูมิศาสตร์ของโรงเรียนจวีอานยังไม่มีแผนที่ละเอียด
แน่นอนอยู่แล้ว ฉินซือหยางจึงไม่รู้ตำแหน่งทางออกของเขตปลอดภัย
ทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 114514 นั้น เป็นเพราะมันอยู่ใกล้กับเขาพอสมควร เขาถึงรู้ตำแหน่งคร่าว ๆ ได้
ทางออกเขตปลอดภัยที่มีตัวเลขเป็นแสนกว่านี้ เขารู้จักแค่ทางออกนี้แห่งเดียวเท่านั้น
คนธรรมดาทั่วไป หากไม่ได้ตั้งใจจะเกาะอำนาจผู้มีความสามารถคลาสขึ้นสูงแล้ว ใครเล่าจะสนใจตำแหน่งทางออกของเขตปลอดภัย?
การไม่รู้ตำแหน่งทางออก ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรนัก เขาจำได้ว่าตรงป้ายรถประจำทางริมถนนสายหลักมีแผนที่เส้นทางอยู่ บนแผนที่นั้นน่าจะมีตำแหน่งทางออกของเขตปลอดภัย
วันหยุดสุดสัปดาห์ก่อน ๆ ฉินซือหยางจะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ เพราะแบบนั้นช่วยลดการบริโภคพลังงาน กินข้าวน้อยลง แต่วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ไม่ธรรมดาแน่นอน
ตอนนี้เขาเปี่ยมล้นด้วยไฟสู้
ในใจมีเพียงความเชื่อเดียวเท่านั้น
แข็งแกร่งขึ้น
ขอแค่แข็งแกร่งขึ้น ก็จะออกจากที่นรกนี้ได้!
ฉินซือหยางสะพายเป้ที่ใส่เสบียงไว้ เดินไปสิบกว่านาทีถึงป้ายรถประจำทาง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาที่ป้ายรถประจำทาง เพราะเขากระทั่งค่าข้าวยังไม่มี จะมีเงินนั่งรถประจำทางได้อย่างไร
ในความทรงจำของฉินซือหยาง ช่วงวันสิ้นโลกของเขตปลอดภัย คนจนใช้สองเท้าเดิน คนรวยออกเดินทางด้วยรถประจำทาง
ส่วนรถยนต์ส่วนตัว? น้ำมันเป็นทรัพยากรที่หายากยิ่งกว่าไฟฟ้าอีก พื้นที่รอบนอกของเขตปลอดภัยไม่มีบุคคลเก่งกาจเช่นนั้นอยู่จริง
เขายืนดูแผนที่เส้นทางอยู่หน้ารถประจำทางอยู่นานมาก
พบว่าชื่อสถานีตามเส้นทางรถประจำทางนั้น มีหลายแห่งที่ตั้งชื่อตามทางออกของเขตปลอดภัยเลยทีเดียว เส้นทางรถประจำทางเพียงสายเดียวบริเวณรอบนอกของเขตปลอดภัยนี้ จะผ่านทางออกหลายแห่ง และตัวเลขก็น้อยกว่า 114514 ทั้งสิ้น
ส่วนจะไปทางออกแห่งไหน ฉินซือหยางก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน
ค่อยเดินค่อยดูไปเถอะ
ชาตินี้เขาไม่เคยนั่งรถประจำทางมาก่อน จึงไม่รู้ว่าระยะทางของรถประจำทางหนึ่งสถานีนั้นไกลแค่ไหน
“เฮ้อ ถ้าเด็กกำพร้านั่งรถประจำทางได้ฟรีก็ดีสิ”
ฉินซือหยางมองดูค่าโดยสารห้าเหรียญทองแดง แล้วส่ายหน้าอย่างกลุ้มใจ เหรียญทองแดงสิบเหรียญที่เขามีเหลืออยู่ เมื่อวานให้ร้านเน็ตไปหมดแล้ว
“เที่ยวละห้าเหรียญทองแดง ไปกลับก็สิบเหรียญทองแดง สู้ไปร้านเน็ตหาข้อมูลดีกว่า”
ฉินซือหยางเริ่มภารกิจเดินเท้าวัดระยะทางระหว่างสถานีรถประจำทาง เขาต้องรู้ระยะทางคร่าว ๆ ระหว่างสถานี เพื่อประเมินว่าทางออกแห่งไหนที่เขาสามารถเดินไปถึงได้ด้วยสองขาตัวเอง
เขาตามเส้นทางรถประจำทางเดินไปยี่สิบนาทีถึงสถานีถัดไป
“สถานีรถประจำทางที่นี่ ดูเหมือนจะไกลกว่าในชาติก่อนมาก”
เมื่อวานหลังจากกินซากเทพอสูร พลังของเขาเพิ่มมากขึ้น ความเร็วในการเดินเร็วมาก เหนือกว่าคนเดินถนนธรรมดามาก ทุกครั้งที่บนทางไม่มีผู้คน เขาจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก ก้าวไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง
ถึงกระนั้น หนึ่งชั่วโมงก็ยังเดินได้แค่สามสถานีเท่านั้น
เมื่อรู้ระยะทางหนึ่งสถานีแล้ว เขาจึงพอจะรู้คร่าว ๆ ถึงขอบเขตการเคลื่อนไหวของตัวเอง
“สถานีที่เจ็ดเรียกว่าทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 54320 สถานีที่สิบเจ็ดเรียกว่าทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 89757 สถานีที่ยี่สิบเรียกว่าทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 38324 ตอนนี้ดูเหมือนว่า มีเพียงสามสถานีนี้ที่ฉันมีโอกาสไปหาซากเทพอสูรได้”
“ทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 38324 ที่ไกลสุดยังพอจะกลับถึงบ้านก่อนวันพรุ่งนี้ได้ ทางออกที่ไกลกว่านั้นเกรงว่าจะกลับถึงบ้านก่อนวันจันทร์ไม่ได้ แล้วจะไปเรียนไม่ทัน”
วันจันทร์นั้น ฉินซือหยางจำเป็นต้องไปที่โรงเรียนก่อนเวลา ไปรายงานกับผู้จัดการห้องสมุดเรื่องที่เขาอยากทำงานแลกเรียนต่อ
ไม่อย่างนั้น ตำแหน่งผู้จัดการห้องสมุดที่ทำงานแลกเรียนในสัปดาห์หน้าจะถูกคนอื่นแย่งไป แล้วเขาก็จะไม่มีเงินไปร้านเน็ต
ฉินซือหยางคิดดูแล้วตัดสินใจเดินไปสำรวจที่ทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 54320 ก่อน
ทางเดินหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาทีนั้น ไม่ได้ทำให้ฉินซือหยางรู้สึกล้าเลยแม้แต่น้อย เขายิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกปลอดโปร่งเบิกบาน
ความอุดมสมบูรณ์ทางวัตถุกับความอุดมสมบูรณ์ทางจิตใจนั้น บ่อยครั้งต้องแยกอธิบายต่างหาก พอมนุษย์มีความหวัง ทำอะไรก็มีพลัง
ถึงแม้ไฟข้างทางโดยรอบจะสลัว ทำให้อากาศแฝงไปด้วยความกดดัน
ตามเวลาแล้ว ตอนนี้เป็นกลางวัน แต่ดวงอาทิตย์หายสาบสูญไปตั้งแต่สิบปีก่อน ถึงแม้จะเป็นยามเช้า แต่ท้องฟ้าก็หยุดนิ่งอยู่ที่ยามเที่ยงคืนตลอดกาล
สาธารณูปโภครอบนอกของเขตปลอดภัยนั้นล้าหลังอย่างยิ่ง ถนนสายหลักที่เขาอยู่ตรงนี้ ก็แค่ทุก ๆ สองสามสิบเมตร มีไฟสลัวส่องอยู่ดวงหนึ่ง ทั้งยังส่องสว่างได้แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น
ส่วนตรอกเล็กข้าง ๆ ยิ่งมืดสนิท ต้องอาศัยการคลำทางเดินไป
เงยหน้ามองขึ้น ยังพอเห็นแสงดาวรำไรบนแผ่นกระจกกันฟ้าของเขตปลอดภัย และเงาร่างของเทพอสูรที่ปรากฏผ่านเป็นครั้งคราว
ลมหนาวพัดมา ทะลุผ่านชั้นเสื้อนอกที่ไม่ค่อยอุ่นนักของฉินซือหยาง มาสัมผัสแนบชิดกับผิวหนังของเขา อาการขนลุกก็พากันผุดขึ้นมาทักทายเป็นทิวแถว
ฉินซือหยางยกปกเสื้อตั้งขึ้นห่อหน้าตัวเอง ไม่ให้ลมหนาวพัดปะทะใบหน้าโดยตรง แล้วเดินเร็วต่อไป
เดินมาถึงเจ็ดสถานี เขาก็มาถึงทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 54320
ตัวเลขของทางออกนี้น้อยกว่า 114514 ถึงห้าหมื่นกว่า พูดตามเหตุผลแล้วน่าจะมีผู้มีความสามารถคลาสมาที่นี่มากกว่า
ฉินซือหยางพึ่งมาถึง มองหาตึกร้างที่สูงสักหน่อย อยากดูสถานการณ์ที่นี่
จริงด้วย เห็นบุคคลสวมชุดกันหนาวนับร้อยรวมตัวอยู่ที่ทางออก จำนวนมากกว่าทางออก 114514 มาก
คนธรรมดาที่แต่งตัวเหมือนเขารอบ ๆ ยิ่งห้อมล้อมทางออกจนเบียดเสียด เกรงว่าเกือบหมื่นคน
เขาสำรวจมองฝูงชนและพวกผู้มีความสามารถคลาสที่กำลังสนทนากันอยู่กลางฝูงชน ไม่มีใครสนใจเขา
ฉินซือหยางจึงแสร้งเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วบริเวณอย่างไร้จุดหมาย ตระเวนหาถังขยะใส่ซากเทพอสูร
ในที่สุด ตรงที่ห่างจากทางออกไปหนึ่งช่วงตึก เขาก็เห็นถังขยะใส่ซากเทพอสูร
ถังขยะของทางออกนี้ ขนาดก็ใหญ่กว่าถังขยะของทางออก 114514 มาก
หากจะบอกว่าถังขยะของทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 114514 เป็นงานเลี้ยงหรูหราแล้ว ถังขยะของทางออก 54320 ก็เหมือนกับงานเลี้ยงฮ่องเต้
ถังขยะเจ็ดแปดใบเรียงเป็นแถว ในแต่ละใบอัดแน่นไปด้วยซากเทพอสูร! ซากเทพอสูรรูปร่างประหลาดตระการตายั่วน้ำลายฉินซือหยางเป็นอย่างยิ่ง
หากเคลียร์ถังขยะเจ็ดแปดใบนี้ได้หมด เขาจะพุ่งทะยานไม่ใช่หรือ?!
ใจของฉินซือหยางเต้นรัวระทึก ครุ่นคิดหาวิธีกวาดซากเทพอสูรที่นี่ให้เกลี้ยงในเวลาสั้นที่สุด
แต่แล้ว จู่ ๆ เขาก็พบว่า ใกล้ ๆ สถานีขยะนี้มีภารโรงที่เปื้อนคราบเลือดอยู่สองคน
เดิมทีฉินซือหยางอยากเฝ้าดูอยู่ไกล ๆ รอให้ภารโรงสองคนนั้นไปก่อนค่อยเข้ามา
ทว่า เมื่อเขาปรากฏตัวในระยะสายตาของภารโรงสองคนนั้น ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกัน
หลังสบตาชั่วครู่ ทั้งคู่ก็กวาดถังขยะต่อไป
แต่ใจของฉินซือหยางกลับบีบรัดแน่น เปลี่ยนแผนการ
เขาไม่หยุด แต่เดินตรงไปข้างหน้าต่อ เข้าใกล้ถังขยะกับภารโรงสองคน
ฉินซือหยางแสร้งทำเป็นนักเรียนเดินผ่าน เดินผ่านหน้าคนทั้งสองไปอย่างไม่มีพิรุธ ไม่หันกลับมามอง
ภารโรงสองคนกวาดตามองดูฉินซือหยาง มองชุดเรียบ ๆ และใบหน้าวัยรุ่นของเขา ไม่ได้ใส่ใจอะไร
จนกระทั่งเดินไปได้ไกล พ้นย่านถนนนี้ไปแล้ว ฉินซือหยางถึงได้โล่งอก
“เกิดอะไรขึ้น?! ทำไมถึงมีคนเฝ้าถังขยะ?! แถมยังเป็นสายลับอีก! หรือว่าเมื่อวานเป็นเจ้าเสมียนชุดเครื่องแบบนั่นที่ไปรายงาน? ถังขยะ มีคนเฝ้าจริง ๆ ด้วย?”
ตอนที่ฉินซือหยางสบตากับสองคนนั้น เส้นประสาทตึงเปรี๊ยะ แม้จะไร้สีหน้า แต่กลับสังเกตอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองหมุนติ้ว
เขาตระหนักว่า เมื่อกี้สองคนนั้นต้องไม่ใช่ภารโรงธรรมดาแน่นอน
คราบเปื้อนบนเสื้อผ้าพวกเขา มันสกปรกแบบจงใจเกินไป
ซากเทพอสูรในถังขยะ ถูกแยกออกจากร่างเทพอสูรมานานแล้ว เลือดมันหลั่งหมดตั้งแต่ตอนถูกฆ่า
เมื่อวานที่ทางออก 114514 ภารโรงที่เขาเห็นมีแค่ฝุ่นนิดหน่อยบนตัว
ขนาดว่าทางออก 54320 มีซากเทพอสูรมากมาย บนถังขยะก็ยังไม่มีคราบเลือดสักเท่าไหร่
แต่สองคนนั้นตัวเปื้อนเลือดเต็มไปหมด ราวกับเพิ่งฆ่าคนมา เหมือนสาดกระเซ็นใส่ทั่วร่าง นั่นใช่ท่าทางที่ภารโรงควรจะมีหรือ!
ดูแล้วจงใจละเลงแน่นอน!
เกินกว่าเหตุไปแล้ว
แล้วยัง ตอนที่ฉินซือหยางปรากฏตัวไกลจากถังขยะมาก สองคนนั่นยังพากันเงยหน้าสอดส่ายมองมาที่เขาโดยมิได้นัดหมาย
วินาทีที่ประสานสายตา ฉินซือหยางเชื่อว่าพวกเขาระวังตัวมาก
ภารโรง ทำหน้าที่ของตัวเองก็พอแล้ว ทำไมต้องระแวดระวังมองไปรอบด้าน?! แถมทั้งคู่ยังเป็นอย่างนั้น!
“บางทีเรื่องเมื่อคืนที่ซากเทพอสูรในถังขยะหายไป อาจทำให้คนอื่นสนใจ! คาดว่าซากเทพอสูรพวกนี้ถูกเก็บกลับไป ยังมีประโยชน์อื่นอีก?”
ที่เขากังวลก่อนมาไม่ใช่คิดฟุ้งซ่าน
เพียงชั่วข้ามคืน คนของรัฐบาลสหพันธ์ก็เปิดฉากสืบสวนเรื่องนี้
ไม่ต้องคิดก็รู้ ถังขยะของทางออก 114514 ต้องมีสายลับอีกมากดักรอเขาอยู่
ฉินซือหยางถอนหายใจเบา ๆ “ถ้าวันนั้นฉันหยิบซากเทพอสูรมาแค่ชิ้นเดียว จะไม่ยุ่งยากแบบนี้ไหม?”
แต่ หยิบซากเทพอสูรวันละชิ้น ดูปลอดภัย แต่ต้องไปที่ถังขยะสามสิบกว่าครั้งถึงจะได้พลังอย่างตอนนี้
ไปหลายครั้งมาก โอกาสเผยพิรุธก็ยิ่งมาก อาจถูกคนจับได้คาหนังคาเขา
ไม่สู้ทำทีเดียวให้มันใหญ่ไปเลย
ก็เพราะคำนึงถึงข้อนี้แหละ เมื่อวานเขาถึงตัดสินใจกวาดซากเทพอสูรในถังขยะให้เกลี้ยง
ฉินซือหยางรู้ดีว่าแผนการหาซากเทพอสูรจากถังขยะของตน อาจจะล่มแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ละทิ้งโดยสิ้นเชิง
แม้เขาจะรู้สึกดีกับรัฐบาลสหพันธ์มาก แต่ก็ยังสงสัยในประสิทธิภาพการทำงานระดับล่างของรัฐบาลสหพันธ์อยู่ดี
มิฉะนั้น ทำไมโรงเรียนจวีอานถึงไม่มีหลักสูตรเกี่ยวข้องกับผู้มีความสามารถคลาสเลยจนทุกวันนี้?
บางที สถานการณ์ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นตัดโอกาสทั้งหมดของเขา
“ช่างเถอะ ถังขยะที่นี่ไม่มีโอกาสแล้ว ค่อยเดินไปข้างหน้าต่อลองเสี่ยงโชคดู! แม้ไม่มีโอกาส แต่ฉันก็อาศัยของเมื่อวานแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว คราวนี้ไม่ขาดทุน!”
ฉินซือหยางออกจากทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 54320 มุ่งตามเส้นทางรถประจำทางต่อไปยังที่ไกล
ทางออกถัดไป คือทางออกเขตปลอดภัยหมายเลข 89757 ซึ่งอยู่หลังจากนี้สิบสถานี
“สิบสถานี เฮ้อ ยังต้องเดินอีกสามชั่วโมงกว่า ไม่รู้วันนี้ยังจะได้กลับบ้านไหม อาจจะต้องนอนข้างนอกนี่แหละ”