ห้องก็ยังเป็นห้องเดิม เพียงแต่ดูเหมือนจะขาดอะไรบางอย่างไป
เพ่ยจิ่วเหยียนก้าวยาว ๆ ไปถึงปลายเตียง เปิดตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ที่เดิมควรจะแขวนเสื้อผ้าไว้เต็มตู้ แต่ตอนนี้กลับแทบว่างเปล่า เหลือเพียงเสื้อผ้าของเขาไม่กี่ตัวแขวนอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งก็ถูกเก็บไปเกือบหมดแล้ว เพ่ยจิ่วเหยียนหันไปมองถุงกระสอบใบใหญ่สามใบ แล้วก็อดหัวเราะทั้งโมโหไม่ได้
เมื่อก่อนทำไมเขาถึงไม่เคยสังเกตเลยว่าเด็กคนนี้ลงมือรวดเร็วขนาดนี้? ถ้าเมื่อคืนไม่ดึกเกินไป หลังจากพูดเรื่องหย่าแล้ว เธอคงเก็บข้าวของเดินจากไปได้ทันทีเลยสินะ?
เพ่ยจิ่วเหยียนหันไปมองฉินซุยซุยบนเตียง อยากพินิจดูให้ชัดว่าตลอดสามปีมานี้ ยัยเด็กตัวแสบคนนี้กินอะไรเข้าไป หัวใจถึงได้แข็งกระด้างขนาดนี้?
แต่เพียงมองแวบเดียว เขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ตอนนี้ใบหน้าของฉินซุยซุยแดงก่ำจนน่าตกใจ!
เพ่ยจิ่วเหยียนรีบยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอ ร้อน! ร้อนจนน่ากลัว! ไม่ต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์ก็รู้ว่าอุณหภูมิร่างกายต้องเกิน 39 องศาแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เขาเข้ามาจนถึงตอนนี้ ฉินซุยซุยก็ยังไม่ตื่นเลย ทั้งที่ปกติเธอเป็นคนหลับไม่ลึก ทุกเช้าเวลาเขาลุกไปฝึกยามเช้า ยังไม่กล้าแต่งตัวในห้องเพราะกลัวจะทำเธอตื่น แบบนี้ผิดปกติชัด ๆ!
เพ่ยจิ่วเหยียนอุ้มเธอขึ้นมาในทันที แล้ววิ่งลงไปชั้นล่าง
พี่อู่กับพี่ถูที่อยู่ชั้นหนึ่งก็เดินออกมาพอดี พอเห็นเพ่ยจิ่วเหยียนทำหน้าขรึมอุ้มฉินซุยซุยวิ่งลงบันไดมาก็ตกใจ รีบเข้าไปดูใกล้ ๆ ถึงได้เห็นว่าสีหน้าของฉินซุยซุยผิดปกติ
“ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้น? นี่ไข้ขึ้นหรือเปล่า!”
“โหมงานมาหลายวันจนร่างกายพังหรือเปล่า? เป็นความผิดของพวกเราแท้ ๆ!”
“รีบพาเธอไปโรงพยาบาลเร็ว!”
พี่สะใภ้ทั้งสองรู้สึกผิดอย่างยิ่ง พอเห็นว่าเด็กสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเธอก็ร้อนใจจนลืมไปว่าฉินซุยซุยเองก็อดหลับอดนอนมาหลายวัน ต่อให้ร่างกายแข็งแรงแค่ไหนก็ทนฝืนแบบนี้ไม่ไหว!
เพ่ยจิ่วเหยียนไม่พูดอะไร ทั้งยังรอให้จัดรถมารับไม่ไหว เขาอุ้มเธอแล้ววิ่งตรงไปโรงพยาบาลทันที
