“ทำไมเขาถึงมีเนื้องอกตั้งสองก้อน แถมขึ้นเต็มตัวไปหมด...” หมิงเสี่ยงดึงมือเขาออก แล้วถามสิ่งที่สงสัย
เซี่ยจวินที่เดิมกำลังตื่นตระหนกพลันชะงักไป ก่อนถามอย่างไม่แน่ใจว่า “เนื้องอก?”
หมิงเสี่ยงมองเขาอย่างประหลาดใจ “ใช่สิ คนบ้าคนนั้นมีเนื้องอกสองก้อนขึ้นที่คอทั้งสองข้าง ใต้รักแร้ก็มีเนื้องอกเนื้อย้อยยาวลงมา ที่เท้าก็เหมือนกัน แปลกจริง เขาเป็นโรคร้ายระยะสุดท้ายหรือเปล่า?”
แววตาเซี่ยจวินไหววูบ ก่อนพยักหน้า “ดูเหมือนจะเป็นโรคร้ายระยะสุดท้าย ถึงได้คลุ้มคลั่งเที่ยวทำร้ายคนไปทั่ว”
เซี่ยงเซี่ยงของเขาดูเหมือนจะรับรู้สิ่งต่าง ๆ ผิดเพี้ยนไป
เซี่ยจวินขมวดคิ้วครุ่นคิด เขารู้อยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงเพียงนี้ อย่างไรเสียรูปลักษณ์ภายนอกของเขาก็ดูผิดปกติ ทว่าในสายตาของเซี่ยงเซี่ยง เขากลับปกติที่สุดแล้ว
“อย่ามองเลย เราไปกันเถอะ” หมิงเสี่ยงกำถุงผักแน่นขึ้น พลางดึงเขาให้เดินจากไป
พอหันหลัง เสียงคำรามจากด้านหลังก็ดังขึ้นกว่าเดิม สิ่งเลวร้ายที่คลุ้มคลั่งมีดวงตาสีแดงฉาน ราวกับได้กลิ่นหอมบางอย่างเข้า จึงจับจ้องไปยังหมิงเสี่ยงที่กำลังเดินจากไป
สิ่งเลวร้ายวูบมาอยู่ด้านหลังทั้งสอง เซี่ยจวินโอบหมิงเสี่ยงไว้แน่น พลังสายหนึ่งกระแทกใส่มันจนแหลกสลายอย่างง่ายดาย
ร่างของมันแปรเปลี่ยนเป็นพลัง ไหลซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกฎใต้แดนสุขาวดี
หมิงเสี่ยงได้ยินเสียงจึงหันกลับไปโดยไม่รู้ตัว แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่คนบ้าที่อยู่ไม่ไกลเมื่อครู่ก็หายไป เธออดแปลกใจไม่ได้
“แปลกจัง คนบ้านั่นหายไปไหนแล้ว? หายไปเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
เซี่ยจวินตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เมื่อกี้ผมได้ยินว่าหมอจากโรงพยาบาลจิตเวชฉีดยาสลบให้เขา แล้วหิ้วขึ้นรถลากไปแล้ว”
