“เจิ้งอวี้เป็นคนไปส่งเธอกลับมาเหรอ?”
“งานเลี้ยงรุ่นน่ะ เขาก็ไปด้วย เขายืนกรานจะมาส่ง ฉันก็เลยทำตัวห่างเหินเกินไปไม่ได้”
หลี่หยวนเฉาพยักหน้า เห็นไฟในห้องของหลี่เถียนยังสว่างอยู่ จึงเดินเข้าไป
“ทำไมยังไม่นอนอีก?”
หลี่เถียนได้ยินเสียงฝีเท้าก็รู้ทันทีว่าเป็นพ่อบุญธรรมของเธอ
หลี่หยวนเฉาเดินเสียงเบามาก จังหวะก้าวก็สม่ำเสมอ
“ยังไม่ค่อยง่วงค่ะ”
หลี่หยวนเฉาเดินไม่กี่ก้าวก็มานั่งลงข้างเตียงของหลี่เถียน
“หัวเล็ก ๆ นี่กำลังคิดอะไรอยู่?”
“พ่อคะ พ่อคิดว่าพี่จะลืมพ่อของเขาไหม พ่อของเขาโกรธอาใหญ่หรือเปล่า?”
หลี่หยวนเฉายื่นมือไปลูบมือเล็ก ๆ ของหลี่เถียน “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องคิด หนูไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”
“คิดมากเกินไป ระวังจะไม่สูงเอานะ”
“พ่อ หนูกลัวว่าพี่จะกลายเป็นคนอกตัญญูต่างหากคะ ถ้าพวกเราจริงใจกับเขา แต่เขายังคิดถึงพ่อเฮงซวยคนนั้นล่ะ?”
หลี่หยวนเฉาเหลือบมองหลี่เถียน ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกสาวอายุแค่ห้าขวบถึงคิดมากขนาดนี้
หรือเขายังทำให้เธอรู้สึกมั่นคงไม่พอ?
การขาดความรักจากแม่เป็นสิ่งที่ยากเหลือเกินที่ใครจะมาทดแทนได้
“นั่นก็พ่อของเขา เขาจะคิดถึงพ่อก็เป็นเรื่องปกติ ส่วนเสี่ยวป๋อจะกลายเป็นคนอกตัญญูหรือเปล่าในอนาคต พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน”
หลี่หยวนเฉากุมมือหลี่เถียนไว้ แล้วเงียบไปครู่หนึ่ง
ในเมื่อหลี่เถียนคิดมาก เขาก็คงต้องช่วยชี้แนะในสิ่งที่จำเป็น
“ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง คิดมากไปก็เหมือนกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด เวลาต้องเลือกอะไร แค่ทำตามใจตัวเองก็จะไม่เสียใจทีหลัง”
“อาใหญ่ของหนูเลือกหย่า เพราะหมดใจให้ผู้ชายคนนั้นแล้ว การทุ่มเทให้กับงานและทำประโยชน์เพื่อประเทศเป็นเป้าหมายส่วนตัวของเธอ พ่อเข้าใจและเห็นด้วย”
