หลี่เถียนกับจูหนานเล่นอยู่ที่บ้านหยวนจวินสองชั่วโมง ก่อนพี่เลี้ยงของแต่ละบ้านจะมารับกลับไป
พอกลับถึงบ้านก็หนีไม่พ้นถูกถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
“เถียนเถียน วันนี้ทำไมถึงไปบ้านหยวนจวินล่ะ เมื่อก่อนยังไม่สนิทกันไม่ใช่เหรอ?”
เย่เจาระมัดระวังถ้อยคำเมื่อพูดต่อหน้าลูก จึงเปลี่ยนคำว่าเกลียดเป็นไม่สนิท
“หนูคิดว่าไม่ควรหัวเราะเยาะสำเนียงพูดของเขาค่ะ เมื่อก่อนพวกเราเสียมารยาทเอง พอเราพูดกับเขาดี ๆ ท่าทีของหยวนจวินก็เปลี่ยนไป เป็นมิตรมากเลยค่ะ”
“ใช่แล้ว หยวนจวินแค่มีสำเนียงพูดต่างจากคนอื่น พวกหนูเล่นด้วยกันได้” เย่เจาสนับสนุน
“หลานสาวฉันใจกว้าง รู้จักให้อภัยคน” หลี่เซิ่งลี่พูดอย่างภาคภูมิใจ
เย่เจาก็มองหลี่หยวนเฉาอย่างได้ใจ อยากให้เขารู้ว่าแม้พวกเธอจะตามใจเถียนเถียนมาก แต่การอบรมลูกก็ไม่ได้มีปัญหา
หลี่หยวนเฉาฉีกยิ้ม พลอยเอ่ยชมตามไปสองสามคำ
“ลูกบอลไม้ลูกนี้หยวนจวินให้หนูมา มือพ่อเขาเก่งมากเลยค่ะ” หลี่เถียนจงใจวางลูกบอลไว้ตรงหน้าหลี่หยวนเฉา อวดให้เห็นเต็มที่
ก่อนที่เหวินชิงจะมีคู่แข่งแย่งความสนใจของเธอไป เธอต้องดึงความสนใจจากพ่อของตัวเองกลับมาให้ได้ก่อน
วิธีดึงความสนใจจากพ่อแม่ที่ดีที่สุดก็คือก่อเรื่อง
รองลงมาคือการขออะไรสักอย่าง โดยต้องเป็นเรื่องที่ต้องลงแรงลงใจถึงจะทำให้ได้ด้วย
ป่วยก็ได้เหมือนกัน แต่เป็นวิธีที่ทั้งโง่ทั้งทำร้ายร่างกาย หลี่เถียนเคยตายกะทันหันมาแล้ว ชาตินี้จึงรักชีวิตมาก
หลี่หยวนเฉามองลูกบอลไม้ลูกนั้น การออกแบบประณีต งานฝีมือก็ดี จับแล้วไม่บาดมือเลย เห็นได้ชัดว่าตั้งใจทำอย่างมาก
หลังจากถูกอบรมในวันนั้น หลี่หยวนเฉาก็กลับมาทบทวนตัวเอง
เขารู้สึกผิดกับลูกสาวจริง ๆ
ลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเอง จะไม่รักได้อย่างไร
เพียงแต่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันน้อยเกินไป เขาจึงไม่รู้ว่าควรรักลูกอย่างไร
“เถียนเถียน อยากได้อะไรไหม? พ่อซื้อให้”
หลี่เซิ่งลี่เบ้ปาก
เย่เจาถอนหายใจเช่นกัน
หลี่เถียนชี้นำถามว่า “พ่อคะ พ่อทำของเล่นเป็นไหม?”
“เอ่อ...”
หลี่หยวนเฉาที่กำลังจะตอบตามสัญชาตญาณว่าทำไม่เป็น ถูกพ่อถลึงตาใส่ จึงรีบเปลี่ยนคำพูด “เถียนเถียนชอบอะไรล่ะ?”
หลี่เถียนเอียงศีรษะน้อย ๆ แล้วย้อนถาม “หนูจะรู้ได้ยังไงว่าพ่อทำอะไรเป็นบ้าง? พ่อไม่เคยคิดจะทำอะไรให้ลูกสาวตัวเองบ้างเลยเหรอ?”
หลี่หยวนเฉาพูดไม่ออก เขาไม่เคยคิดจริง ๆ
หลี่เซิ่งลี่เป็นชายชรานิสัยใจร้อน พอเห็นลูกชายตอบไม่ออกก็เปิดฉากทันที “พ่อไปรบยุ่งขนาดนั้นยังเหลาให้แกได้ตั้งปืนของเล่น แกนี่สิ วัน ๆ ไม่รู้คิดอะไรอยู่!”
“พ่อ...”
หลี่หยวนเฉาทั้งน้อยใจทั้งรู้สึกผิด
ภาพลักษณ์ของเขาต่อหน้าลูกสาวแทบไม่เหลือแล้วจริง ๆ
หลี่เถียนเดินไปตบหัวหลี่หยวนเฉาเบา ๆ “หนูรู้ว่าพ่อก็เพิ่งเป็นพ่อคนครั้งแรก ยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ค่อย ๆ เรียนรู้ได้ค่ะ”
หลี่หยวนเฉาฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ แต่ในใจก็อบอุ่นขึ้นมา
ใคร ๆ ก็พูดว่าลูกสาวเป็นเสื้อบุผ้าฝ้ายตัวน้อย ช่างเอาใจใส่จริง ๆ
เขาย่อตัวแล้วช้อนหลี่เถียนขึ้นเหนือศีรษะในคราวเดียว
“อ๊า...”
หลี่เถียนตกใจจนกรีดร้องออกมา
พอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
อุ้มชูขึ้นสูงเนี่ยนะ?
พ่อคนนี้นี่มันพวกผู้ชายหัวโบราณขั้นสุดจริง ๆ!
แสดงความรักแบบนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่านี้ไม่ได้หรือไง?
หัวใจแทบกระเด็นออกมาแล้ว!
“พ่อ ปล่อยหนูลง หนูกลัว...” หลี่เถียนแกว่งขาร้องบอก
เย่เจาโมโหจนฟาดลูกชายไปสองทีเต็มแรง “รีบวางลูกลงเดี๋ยวนี้ คิดว่านี่เป็นเด็กผู้ชายซน ๆ หรือไง!”
หลี่เซิ่งลี่โมโหจนชี้หน้าด่า แต่พูดอะไรไม่ออก...
หลี่หยวนเฉาไม่ได้เสียงโห่ร้องจากลูกสาว แถมยังโดนแม่ตีอีก ในใจก็รู้สึกน้อยใจ แต่ก็ยังค่อย ๆ อุ้มหลี่เถียนมากอดไว้
“พ่อผิดเอง พ่อไม่รู้ว่าหนูกลัวความสูง คราวหน้าจะไม่ทำแล้ว...”
“ไม่น่าไปรับหน้าที่ดูแลลูกแทนแกเลย ปล่อยให้แกเลี้ยงลูกเองสักสองสามวัน ทั้งเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว ทั้งเลี้ยงดูไปเอง แล้วแกจะรู้ว่าต้องเอ็นดูลูกยังไง!”
เย่เจาไม่รอให้หลี่หยวนเฉาตอบ หันไปมองหลี่เซิ่งลี่ “รอบนี้เราไปพักฟื้นที่เป่ยไต้เหอกันแค่สองคนเถอะ ยังไงวันลาของหยวนเฉาก็ยังใช้ไม่หมด ให้เขาอยู่บ้านเลี้ยงเถียนเถียน!”
หลี่เซิ่งลี่ไม่แน่ใจว่าภรรยาพูดด้วยความโมโห หรือคิดอย่างนั้นจริง ๆ
“คุณย่าไม่เอาเถียนเถียนแล้วเหรอ?” หลี่เถียนร้องไห้พลางยื่นมือไปหาเย่เจา
ช่วยด้วย เธอไม่อยากให้พ่อเป็นคนดูแลเลย!
แบบนั้นยังจะมีชีวิตรอดไหม?
“เถียนเถียน พ่อรักหนู แต่เขาก็ต้องเรียนรู้จริง ๆ” เย่เจาเช็ดน้ำตาให้หลี่เถียน แล้วเช็ดหางตาตัวเองด้วย “ปู่กับย่าแก่แล้ว วันหน้าเมื่อพวกเราไม่อยู่ ก็ยังต้องให้พ่อดูแลหนู”
“แม่พูดอะไรน่ะ!” หลี่หยวนเฉาร้อนใจ
เย่เจาหันหลังให้เขาแล้วปิดตา “เถียนเถียนยังไม่เข้าใจ แต่ลูกไม่เข้าใจด้วยหรือไง? เด็กที่ไม่มีแม่ก็ต้องหวังให้พ่อรักให้มากหน่อย จะไปหวังพึ่งแม่เลี้ยงได้ยังไง!”
“คุณย่า...” หลี่เถียนสะอื้นไห้
เธอมีวิญญาณของผู้ใหญ่ ย่อมเข้าใจเจตนาดีของเย่เจา จึงซาบซึ้งใจจริง ๆ ที่คุณย่าคิดวางแผนเพื่อเธอ
“แม่...อย่าพูดแบบนั้นเลย เถียนเถียนเป็นลูกสาวผม ผมจะดูแลเธอให้ดี...”
หลี่หยวนเฉาก็ร้องไห้ตาม
หลี่เซิ่งลี่แอบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับตา
“ความผูกพันไม่ได้เกิดขึ้นได้แค่พูดปากเปล่า ต้องค่อย ๆ สร้างกันไป เรื่องนี้ตัดสินใจแล้ว”
เย่เจาเป็นคนเด็ดขาด พูดคำไหนคำนั้น
ในเมื่อจะเรียนรู้ ก็เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย
เย่เจาหันไปสั่งลูกชาย “ไปล้างหน้าให้ลูก แล้วปลอบให้หายร้องไห้”
คราวนี้หลี่เถียนซาบซึ้งใจจริง ๆ
มีครอบครัวที่ดีขนาดนี้ เธอจะปกป้องพวกเขาให้ดี
ส่วนหลี่หยวนเฉานั้น แน่นอนว่าต้องปั่นหัวเขาสักหน่อย ไม่อย่างนั้นคงไม่สมกับเจตนาดีของคุณย่า
“คุณย่าไม่เอาหนูแล้ว...”
“ไม่ใช่ไม่เอาเถียนเถียน แค่ให้พ่อเป็นคนดูแลเถียนเถียน...”
“คุณย่าไม่เอาหนูแล้ว...”
“ไม่ใช่ บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ พวกท่านออกไปหนึ่งอาทิตย์ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว...”
“คุณย่าไม่เอาหนูแล้ว...”
หลี่หยวนเฉาพยายามสงบสติอารมณ์ “เถียนเถียนเด็กดี คุณย่ารักเถียนเถียนที่สุด! จะซื้อกระโปรงดอกไม้สวย ๆ ให้เถียนเถียนด้วย...”
“คุณย่าไม่เอาหนูแล้ว...”
หลี่หยวนเฉามองเด็กที่ไม่ยอมฟังอะไร เอาแต่ร้องไห้งอแงแล้วปวดหัวจนแทบระเบิด!
“คุณย่าไม่เอาหนูแล้ว...”
หลี่หยวนเฉาเดินวนไปมาอย่างจนปัญญา
ปลอบเด็กนี่ทำไมเหนื่อยกว่าบุกเข้าโจมตีอีกวะ!
“คุณย่าไม่เอาหนูแล้ว...”
หลี่เถียนยังหลับตาพึมพำซ้ำ ๆ น้ำตาไหลพรากอย่างเข้ากันดี
“บอกแล้วไงว่าคุณย่าไม่ได้ไม่เอาหนู ทำไมไม่ยอมฟังเลย! อยากให้พ่อฟาดก้นสักทีหรือไง?”
หลี่หยวนเฉาทนไม่ไหวจนตะโกนออกมา
หลี่เถียนแอบทำท่าเย่ในใจ
“คุณปู่คะ พ่อจะตีหนูอีกแล้ว...”
หลี่เถียนรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากหลี่เซิ่งลี่
“พอกลับมาแล้ว บ้านก็วุ่นวายทุกวันเลยหรือไง? ช่วยทำให้คนสบายใจหน่อยไม่ได้หรือไง!”
หลี่หยวนเฉาเกาหัว “พ่อ...เด็กคนนี้ ผมปลอบไม่ไหวจริง ๆ...ปลอบเด็กเหนื่อยกว่ารบอีก...”
หลี่เซิ่งลี่กลอกตา
“อย่างแกเนี่ย แม้แต่ลูกสาวแท้ ๆ ยังเอาไม่อยู่ ยังอยากเป็นนายพลอีก ฝันไปเถอะ!”
“ผมจะใช้วิธีของผม พ่อกับแม่ก็ไม่ยอมให้ใช้!”
“วิธีอะไร? ตีลูกสักยกน่ะเหรอ? แกอยากได้ตุ๊กตาที่กลัวจนไม่กล้าขยับ หรืออยากได้เด็กที่ร่าเริงมีความคิดเป็นของตัวเอง?”
หลี่หยวนเฉาพูดไม่ออก
