หลี่เถียนเดินเข้าไปยืนข้างเหมียวลั่วอย่างสนิทสนม
“เถียนเถียน คนที่เธอเพิ่งต่อยไปเมื่อกี้ชื่อเสิ่นอี้ อยู่บ้านพักข้าราชการเดียวกับฉัน”
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก เป็นตัวป่วนชัด ๆ นับวันยิ่งเหมือนพวกอันธพาลข้างถนน”
หลี่เถียนยิ้มบาง ๆ
“ถ้าเขาไม่มาหาเรื่อง ฉันก็จะปล่อยเขาไปเหมือนไม่มีตัวตน ไม่มีเวลามานั่งโมโหคนแบบนี้หรอก”
เหมียวลั่วคล้องแขนหลี่เถียน ทั้งที่ตัวเองสูงกว่าเธอครึ่งศีรษะ
ทั้งสองเดินจากไปอย่างสนิทสนม
เมื่อเห็นหลี่เถียนไปกับเพื่อนร่วมชั้น หลี่มู่เฉินก็ไปยังห้องเรียนของตัวเองเช่นกัน
“นักเรียนทุกคน หาที่นั่งนั่งกันตามสบายก่อนนะ ไว้ค่อยจัดที่นั่งกันอีกที”
เหมียวลั่วจูงหลี่เถียนไปนั่งตรงกลางแถวที่สอง
ทั้งคู่เป็นเด็กเรียนดี ไม่กลัวนั่งใกล้ครู
เมื่อนักเรียนทยอยนั่งกันเรียบร้อยแล้ว คุณครูก็เดินขึ้นไปยืนหน้าชั้นเรียน
สีหน้าจริงจังและดูน่าเกรงขาม
ทำให้ใคร ๆ รู้สึกตั้งแต่แรกว่าเธอไม่ใช่คนที่ควรไปหาเรื่องด้วย
“สวัสดีทุกคน ฉันชื่อเยว่อ๋อ เป็นครูประจำชั้นของพวกเธอ เราจะใช้ชีวิตช่วงมัธยมต้นสามปีนี้ไปด้วยกัน”
“มัธยมต้นเป็นช่วงสำคัญที่เชื่อมต่อจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ ภาระหนักและหนทางยังอีกยาวไกล”
“มัธยมต้นยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของพวกเธอด้วย”
“ครูอยากถามทุกคนว่า พวกเธอเรียนหนังสือไปทำไม?”
ในห้องเรียนเงียบสนิท
คำถามแบบนี้ ถ้าครูไม่เรียกชื่อ ก็ไม่มีใครยกมือขึ้นตอบเองหรอก
เยว่อ๋อรู้จักนิสัยของนักเรียนดีอยู่แล้ว
เธอจึงยกมือชี้ไปทางหลี่เถียน
เด็กคนนี้เลื่อนชั้นขึ้นมา แถมอายุน้อยที่สุดแต่คะแนนดีที่สุด เธอจึงประทับใจเป็นพิเศษ
