หลังมื้อกลางวัน ทั้งสองเดินเล่นสำรวจโรงเรียนใหม่ไปด้วย
โรงเรียนก็คล้าย ๆ กันไปหมด แต่ที่นี่มีห้องสมุดขนาดใหญ่ทีเดียว
“ไม่รู้ว่าข้างในมีหนังสือเยอะแค่ไหน แล้วจะมีหนังสือใหม่บ้างหรือเปล่านะ”
หลี่เถียนส่ายหน้า เธอไม่ได้มองโลกในแง่ดีขนาดนั้น
ตอนนี้ที่ไหน ๆ ก็ขาดแคลนเงิน โรงเรียนคงไม่มีปัญญาซื้อหนังสือใหม่ นอกจากจะได้รับบริจาค
“ไปถามคุณครูสักคนก็รู้แล้ว ฉันไม่ได้หวังอะไรมากหรอก”
หลี่มู่เฉินมีหนังสืออ่านไม่ขาด ที่ถามก็แค่พูดขึ้นมาเพราะนึกได้พอดี
“พี่ ถ้าในห้องมีโอกาสได้แสดงความสามารถ พี่ต้องเป็นฝ่ายเสนอตัวนะ”
“โรงเรียนเราเป็นโรงเรียนสำคัญประจำเมือง ฉันว่ามีโอกาสได้เข้าร่วมขบวนพาเหรดวันชาตินะ”
หลี่มู่เฉินไม่ได้คาดหวังมากนัก แต่ก็พยักหน้ารับ
หลี่เถียนยกมือขึ้นตบไหล่หลี่มู่เฉินเบา ๆ
“เรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ”
หลี่มู่เฉินพยักหน้าแรง ๆ
เมื่อกลับเข้าห้องเรียน หลี่เถียนเห็นนักเรียนสองคนนั้นกำลังอ่านหนังสืออยู่แล้ว
เธอเดินกลับไปที่นั่งของตัวเองอย่างเงียบเชียบ
ไม่ได้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน แต่กลับหยิบตุ๊กตาตัวเล็กออกมาหนุนแล้วหลับไปครู่หนึ่ง
หลี่เถียนถูกเหมียวลั่วปลุกให้ตื่น
พอตื่นขึ้นมา เธอก็ยังงัวเงียอยู่
ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เธอพักกลางวันที่บ้านเป็นประจำ แถมทุกครั้งยังนอนจนตื่นเองตามธรรมชาติ
นิสัยสบาย ๆ แบบนี้ติดได้ง่าย แต่พอติดแล้วก็เลิกยากเหมือนกัน
เหมียวลั่วมองหลี่เถียนที่ทำหน้างง ๆ แล้วบีบแก้มเธอเบา ๆ
