ในนิยายต้นฉบับ หลี่หยวนเฉาใช้ชีวิตอยู่ดีมีสุขมาตลอดนี่นา
ส่วนระหว่างนั้นเขาได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า หลี่เถียนจำไม่ค่อยได้แล้ว
ตามเหตุผลแล้ว เขาน่าจะผ่านด่านนี้ไปได้
แต่ความไม่แน่นอนนี้กับสายใยความผูกพันทางสายเลือด ทำให้เธออดเป็นห่วงไม่ได้
หลี่เซิ่งลี่ลุกไปที่ห้องครัว แล้วยกอาหารออกมาวางบางส่วน
ประสบการณ์จากการฝ่ามรสุมมามากมายสอนให้รู้ว่า อย่าปล่อยให้ตัวเองล้มลงก่อน
“จะกินได้มากแค่ไหนก็ต้องกิน ตอนที่ผู้ใหญ่ไม่มีเวลาดูแลพวกเธอ ยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดี”
หลี่จื่อหลงพยักหน้า
เขาคีบกุ้งที่หลี่เถียนชอบใส่ชามให้ก่อน
“เถียนเถียน น้าชายเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน”
หลี่เถียนมองกุ้งในชาม ไม่ค่อยอยากอาหาร แต่ก็ยังยัดเข้าปาก
เธอดื่มโจ๊กไปครึ่งชาม กินผักอีกสองคำ แล้วก็ฝืนกินต่อไม่ไหวจริง ๆ
หลี่เซิ่งลี่ไม่บังคับพวกเขา ตัวเขาเองก็ดื่มโจ๊กไปแค่ครึ่งชาม
หลังกินเสร็จ หลี่จื่อหลงไม่ต้องให้ใครเตือนก็ไปล้างชามอย่างว่าง่าย
ส่วนหลี่เถียนนั่งชิดหลี่เซิ่งลี่บนโซฟา
ไม่มีใครรู้ว่าจะพูดอะไร จึงไม่มีใครเอ่ยปาก
พอหลี่จื่อหลงเก็บกวาดห้องครัวเสร็จ ก็เดินมานั่งอีกข้างของหลี่เซิ่งลี่
“คุณปู่ เมื่อก่อนเคยบาดเจ็บหนักมากไหมครับ?”
หลี่เซิ่งลี่ได้ยินคำถามก็หวนคิดถึงอดีต
“ตอนที่นำทัพเอง ทุกครั้งก็พุ่งไปอยู่แนวหน้าสุด บาดเจ็บเป็นเรื่องธรรมดา”
“ครั้งที่หนักที่สุดคือโดนระเบิดกระเด็นไปเลย โชคดีที่อวัยวะยังอยู่ครบ แต่ต้องนอนบนเตียงหลายเดือน อึดอัดแทบแย่”
