ไม่มีใครคาดคิดว่า ฝีมือตกปลาขั้นเทพของหยาหยาจะไม่ได้ดึงดูดแค่ปลาตัวอ้วนเต็มถัง แต่ยังเรียกความโลภจากสายตาคนอื่นมาด้วย
โจวไหลจื่อคาบรากหญ้าไว้ในปาก เดินโซเซอย่างไม่ใส่ใจเข้ามา ตอนนั้นหยาหยากำลังนั่งยอง ๆ ข้างถัง นับปลาที่อยู่ข้างใน พลางอวดซูเสี่ยวม่านด้วยเสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้ว แสงแดดส่องลงบนแก้มกลมป้อมของเธอที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
“โอ้โฮ เก่งไม่เบานี่ เด็กเหลือขอสามคนตกปลาได้ตั้งเยอะขนาดนี้เชียว?” น้ำเสียงของโจวไหลจื่อประชดประชัน ดวงตาจับจ้องถังปลาที่เต็มจนล้นแทบไม่กะพริบ ลูกตาราวกับจะติดอยู่บนนั้น
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ยื่นมือไปยกถัง
ซูเหยียนก้าวมาขวางทันที ร่างเล็ก ๆ ยืนบังถังเอาไว้แน่น กำหมัดพลางจ้องเขาอย่างระแวดระวัง “แกจะทำอะไร?”
“ทำอะไร?”
โจวไหลจื่อหัวเราะเยาะ ก่อนยื่นมือผลักซูเหยียนจนเซ “ไอ้หนู แกรู้อะไรบ้าง! ปลาในแม่น้ำเป็นของส่วนรวมของหน่วยผลิต พวกแกแอบมาตกตั้งมากมาย ฉันเอาไปสักสองสามตัวแล้วมันจะทำไม? หลบไป!”
พอเห็นเขาผลักพี่ชาย แล้วยังคิดจะแย่งปลาของตัวเอง หยาหยาก็เดือดปุด ๆ คิ้วเล็กขมวดแน่น ชี้หน้าเขาพร้อมตะโกนอย่างโมโห “คนเลว! รังแกคนอื่น!”
“แล้วจะรังแกพวกแก มีปัญหาอะไร? ยัยเด็กตัวแค่นี้ยังกล้ามายุ่งกับฉันอีกเหรอ?” โจวไหลจื่อยิ้มเยาะอย่างได้ใจ แล้วยื่นมือไปยกถังอีกครั้ง
หยาหยาโกรธจนแก้มป่อง สูดลมหายใจแล้วตะโกนสุดเสียง “เปาจื่อ! หมั่นโถว! กัดเขาเลย!”
สิ้นเสียง สุนัขพันธุ์หมาป่าตัวใหญ่สองตัวที่นอนหลับอยู่ใต้ร่มไม้ไม่ไกลก็หูผึ่ง ก่อนพุ่งพรวดเข้ามาในทันที
พวกมันไม่ส่งเสียงเห่าแม้แต่น้อย ก้มหน้าพุ่งเข้าใส่โจวไหลจื่อ แววตาดุดันจนเขาขวัญหนีดีฝ่อ
“อ๊าก! อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามานะ!” โจวไหลจื่อตกใจถอยกรูด เท้าลื่นจนหงายก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
