ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน บรรยากาศในที่เกิดเหตุเงียบกริบ
“ซีเยวี่ย! ซีเยวี่ย ตื่นสิ!”
หญิงสาวปัญญาชนหลายคนรีบเข้าไปประคองเจิ้งซีเยวี่ยที่ล้มอยู่บนพื้น ก่อนจะร่ำไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ไอ้สารเลวเอ๊ย!”
ดวงตาของโจวเฉิงแดงก่ำ เขาหันขวับแล้วพุ่งเข้าใส่หลี่วั่ง หมัดหนึ่งซัดเข้าที่ใบหน้า “ถ้าซีเยวี่ยเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว วันนี้ฉันจะอัดแกให้ตาย!”
หลี่วั่งเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เดิมทีเขาแค่อยากบีบบังคับให้เจิ้งซีเยวี่ยแต่งงานกับตัวเอง ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องจะถึงขั้นมีคนตาย
เขากุมใบหน้า พูดตะกุกตะกักว่า “มะ...ไม่เกี่ยวกับฉันนะ...เธอชนเอง...ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย...”
“ยังกล้าพูดว่าไม่เกี่ยวกับแกอีกเหรอ!” โจวเฉิงโกรธจนจะลงมือซ้ำ แต่ชายหนุ่มปัญญาชนหลายคนที่อยู่ข้าง ๆ รีบเข้ามารั้งไว้
“พี่เฉิง อย่าตีเลย! ช่วยซีเยวี่ยก่อนสำคัญกว่า!”
โจวเหล่าเกินเองก็ได้สติ ใบหน้าเขาเขียวคล้ำ ตะโกนใส่คนข้าง ๆ ว่า “เร็ว! รีบไปเชิญคุณตาเวินมา! แล้วก็ไปตามเมียของซูเจี้ยนเย่มาด้วย!”
สองคนขานรับแล้วรีบวิ่งออกไป
ไม่นาน เวินจิ่งหยวนก็สะพายหีบยาเข้ามา ซูเจี้ยนเย่กับหลินหว่านจือเองก็พาหยาหยาวิ่งกระหืดกระหอบตามมา
เมื่อหยาหยาเห็นเจิ้งซีเยวี่ยนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเผือด เลือดไหลจากหน้าผาก ก็กลัวจนหลบอยู่ข้างหลังหลินหว่านจือ แล้วพูดเสียงเบาว่า “แม่คะ พี่สาวคนนี้เป็นอะไรไปคะ? เธอยังไม่ได้ให้ลูกอมกับหยาหยาเลย”
พอโจวเหล่าเกินได้ยินคำพูดของหยาหยา ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เขาเดินเข้าไปหาแล้วนั่งยอง ๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยน ก่อนถามเบา ๆ ว่า “หยาหยา หนูรู้จักพี่สาวคนนี้ใช่ไหม?”
