รอยยิ้มบนใบหน้าของหยาหยาหายวับไปทันที เธอนึกถึงบาดแผลบนหน้าพี่ชายคนโต นึกถึงขนมปังกรอบที่แตกละเอียดเป็นผุยผง และนึกถึงท่าทีทำเป็นไม่ใส่ใจของพี่ชายเมื่อครู่ ความโกรธพลันปะทุขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจ
เธอกำหมัดเล็ก ๆ แน่น แก้มป่องกลม ดวงตาราวกับมีเปลวไฟลุกโชน
“ซูเสี่ยวจวิน แกกล้ารังแกพี่ชายฉันเหรอ!”
หยาหยากัดฟันพูดทีละคำ “วันนี้ฉัน ซูหยวนเหอ จะสั่งสอนให้เขารู้จักเป็นคนเสียหน่อย!”
เธอเงยหน้ามองหลี่จู้ แววตาแฝงความเด็ดขาดอย่างคนที่ไม่มีใครขัดได้ “หลี่จู้ ไปเรียกคนมาช่วยฉัน ใครยอมช่วยฉันอัดซูเสี่ยวจวิน ฉันให้ลูกอมผลไม้คนละห้าเม็ด! ฉัน ซูหยวนเหอ ไม่ได้มีอะไรเยอะหรอก มีแต่ลูกอมนี่แหละ!”
ดวงตาของหลี่จู้เป็นประกายขึ้นมาทันที ลูกอมผลไม้เป็นของหายากในยุคนี้ แค่ห้าเม็ดก็เพียงพอให้เด็กโตในหมู่บ้านทุกคนสู้สุดชีวิตแล้ว
เขารีบพยักหน้า “ได้! ฉันไปเดี๋ยวนี้ รับรองว่าจะเรียกคนมาให้เพียบ!”
“เดี๋ยวก่อน!” หยาหยาเรียกเขาไว้ กำชับว่า “จำไว้นะ ฉันเอาแค่คนอายุสิบสองปีขึ้นไป เด็กเกินไปไม่มีประโยชน์ สู้คนไม่ไหว อีกอย่าง ช่วยจับตาดูซูเสี่ยวจวินด้วยว่าเขาไปไหน
เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกนั้นเตรียมตัวไว้ เราก็เล่นงานไม่ได้”
“สบายใจได้! ฉันทำงานไว้ใจได้อยู่แล้ว!” หลี่จู้ตบอกยืนยัน
“โอเค” หยาหยาล้วงลูกอมผลไม้ออกมาจากกระเป๋าสองเม็ดแล้วยัดใส่มือเขา “นี่เป็นรางวัล ถ้าทำสำเร็จ ฉันจะให้อีกห้าเม็ด”
“ขอบคุณนะหัวหน้า!” หลี่จู้รับลูกอมไป ยิ้มจนหุบปากไม่ลง ก่อนจะหันหลังวิ่งปรู๊ดออกไป
หยาหยามองแผ่นหลังของเขาจนลับตา สูดหายใจเข้าลึก ๆ ปัดฝุ่นบนตัว ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วกระโดดโลดเต้นกลับเข้าบ้าน