เฮ่อซงเก็บงำความคับแค้นไว้ในดวงตา ท่ามกลางเสียงเหยียดหยันของศิษย์คนอื่น เขาหยิบเครื่องมือเดินเข้าไปในเพิงพัก
ไม่นาน เสียงกรีดร้องดังออกมาจากเพิงอสูร เมื่อเฮ่อซงเดินโซซัดโซเซออกมา อาภรณ์บนร่างมีรอยเลือดจากการข่วนของกรงเล็บหลายแห่ง ใบหน้าก็เสียโฉม มีรอยกรงเล็บเลือดอาบ!
เรื่องเหล่านี้จี้ตี๋มิได้สนใจแม้แต่น้อย เมื่อกลับถึงเรือนก็กินผลชุบปราณทวีเสริมสร้างพลังบำเพ็ญต่อไป
เวลานี้ ภายในเรือนสูงแห่งหนึ่ง ศิษย์คอกอสูรผู้หนึ่งกำลังรายงานเรื่องเมื่อครู่แก่บุรุษหน้าโย่ง
เมื่อได้ยินว่าเฮ่อซงต้องการใช้กำลังบังคับให้จี้ตี๋ช่วยทำความสะอาดซุ้มคอก แต่กลับถูกจี้ตี๋จัดการจนพ่ายแพ้ บุรุษหน้าโย่งก็ค่อนข้างประหลาดใจ
“ระยะเวลาสั้นเพียงนี้กลับทะลวงถึงขั้นหลอมลมปราณขั้นสอง ทั้งยังปราบเฮ่อซงได้อีก คนผู้นี้นับว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง น่าเสียดายที่ล่วงเกินศิษย์พี่ซ่ง! ชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน!”
เขาโบกมือให้ศิษย์ผู้นั้นถอยออกไปแล้วหลับตาลง มิได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ
ในสายตาของเขา จี้ตี๋ก็คือคนที่สิ้นท่าแล้ว
เพราะอสูรร้ายที่เขาจัดการให้จี้ตี๋ดูแลนั้น มีชื่อกระฉ่อนในเรื่องความโหดเหี้ยมทารุณ แม้แต่เจ้าของก็ยังจนปัญญา
เมื่อถึงวันทำความสะอาดซุ้มคอก เด็กนั่นหากไม่ตายก็ต้องพิการ
ถือว่ามีคำตอบให้แก่ศิษย์พี่ซ่งได้เช่นกัน
ก็เพียงไม่รู้ว่าซ่งเจียกับจี้ตี๋มีความแค้นสิ่งใด แต่คนเบื้องล่างเพียงจัดการตามความต้องการของอีกฝ่ายก็พอ
หากได้รับการชื่นชอบจากอีกฝ่าย พลังบำเพ็ญและฐานะของเขา อาจได้เลื่อนขั้นขึ้นอีก แม้แต่เข้าสู่เขตชั้นในก็มิใช่เป็นไปไม่ได้!
ครั้นเที่ยงของวันรุ่งขึ้น จี้ตี๋ยืนอยู่ด้านนอกซุ้มคอกหมายเลขสิบเอ็ด เทผลไม้หนึ่งตะกร้าลงไป
