ชีวิตที่เวียนวนในสองหนทาง จี้ตี๋ย่อมมิหลงลืมการฝึกฝน กลางวันอยู่เรือนไผ่ศึกษาคัมภีร์โอสถศาสตร์ ยามค่ำจึงดูดซับหินวิญญาณเสริมสร้างพลังปราณ
พริบตาเดียว การมาถึงห้วงป่าไผ่ก็ใกล้ร่วมครึ่งปีแล้ว
มหาสมุทรสีทองในร่างที่เคยหดหายไปสองในสามส่วนเพราะทะลวงสู่ขั้นสร้างรากฐาน บัดนี้หลังจากดูดซับหินวิญญาณชั้นสูงร้อยกว่าก้อนก็พองขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อประเมินจำนวนก็พบว่าใกล้เคียงกับคราก่อน เข้าสู่ระดับยอดของขั้นสร้างรากฐานขั้นต้นแล้ว ขอเพียงได้ช่องโอกาสก็ทะลวงสู่ขั้นต่อไปได้
ส่วนในถุงเก็บสมบัติ หินวิญญาณชั้นสูงที่กองพะเนินอยู่ก็ลดลงไปหนึ่งในสามส่วน เหลือเพียงสองร้อยกว่าก้อน ชั่วนี้ก็ยังมิต้องกังวลว่าจะหมด
นอกจากการเติบโตของพลังปราณแล้ว ช่วงนี้จี้ตี๋ยามอยู่ชั้นสองเรือนไผ่ก็พลิกดูบันทึกโอสถมากมาย จนค้นพบเบาะแสเกี่ยวกับโอสถพวกนั้นเข้าจนได้
“โอสถเม็ดนี้…” ยามนี้ จี้ตี๋นั่งในเรือนมุงฟาง สองนิ้วคีบโอสถขึ้นมาเม็ดหนึ่ง พลางเลื่อนเข้าไปใกล้ดูละเอียด พลางเอานิ้วคลึง แล้วยกนิ้วขึ้นจ่อปลายจมูกสูดดม
โอสถที่เขาผู้เดียวมีอยู่ห้าเม็ด ในนั้นมีอยู่สองเม็ดที่เป็นโอสถชนิดเดียวกัน เม็ดนี้ก็เป็นหนึ่งในสองชนิดนั้น มีสีแดงสด กลิ่นอายเลือดจางๆ ยิ่งส่งไอเย็นออกมาเป็นระลอกๆ
โอสถเช่นนี้ ในคัมภีร์ไม้ไผ่จำนวนนับไม่ถ้วนบนชั้นสองของเรือนไผ่ มีบันทึกไว้เพียงชนิดเดียว
ที่มีลักษณะเช่นนี้!
ยินโอสถ!!
โอสถเม็ดนี้อยู่ในระดับสูงขั้นสาม แปรรูปด้วยโลหิตของวิญญูชนจำนวนมาก เหล่ามารยุทธ์มักเป็นผู้ปรุงขึ้น เป็นโอสถเฉพาะของสำนักอินจี๋ในทวีปเทียนหนาน
