ท้ายที่สุด ไป๋หย่งฮุยก็ทำได้แค่หอบหายใจเดินกลับมา หลังพักหายใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หันไปพูดกับอธิการบดีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เรื่องนี้ผมไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่ ถึงพวกเขาจะยังเป็นเด็ก แต่ก็ทำผิดจริง ๆ ต้องได้รับโทษ! ผมถอนแจ้งความได้ก็จริง แต่ทางโรงเรียนต้องชี้แจงให้ผม ไป๋หย่งฮุย ลูกสาวผมจะมาถูกกลั่นแกล้งฟรี ๆ ไม่ได้!!”
“อีกอย่าง นักเรียนคนอื่น ๆ ที่ถูกกลั่นแกล้ง ตระกูลไป๋ของเราจะหาทนายให้พวกเขา ช่วยดำเนินคดี เรื่องนี้ผิดก็คือผิด จะมาเห็นแก่ที่พวกเขายังเด็กแล้วปล่อยไปง่าย ๆ ไม่ได้!!”
“ครับ ๆ ๆ! พวกเราจะชี้แจงเรื่องไป๋ชีชีและนักเรียนคนอื่น ๆ ที่ถูกกลั่นแกล้งให้ชัดเจนแน่นอนครับ!!”
อธิการบดีหลี่รีบยิ้มประจบขอโทษขอโพย!
“เดี๋ยวก่อน คุณไป๋ เมื่อกี้คุณหนูไป๋ไม่ได้รับปากพวกเราแล้วหรือว่าจะไม่เอาเรื่อง? คุณไป๋?”
พ่อของหลิ่วเหยียนได้ยินว่าไป๋หย่งฮุยยังจะฟ้องลูกสาวเขา ก็รีบเดินเข้าไปถามทันที!
“ลูกสาวผมรับปากว่าจะไม่เอาเรื่องก็จริง แต่ผมไม่ได้รับปาก แล้วผมก็ไม่ได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย แค่ให้โรงเรียนจัดการตามกฎของโรงเรียน ผมไม่ได้ผิดคำพูดสักหน่อย!”
ไป๋หย่งฮุยตอบอย่างใจเย็น!
“แต่ว่า...!”
พ่อหลิ่วอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่ไป๋หย่งฮุยชิงพูดตัดบทเสียก่อน
“พวกเราไม่เอาเรื่องก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กคนอื่น ๆ ที่ถูกกลั่นแกล้งจะไม่เอาเรื่องด้วย ถ้าพวกเขาอยากฟ้อง ตระกูลไป๋ของเราจะช่วยเต็มที่!! ทนายเหรอ? เรามีเหลือเฟือ!”
พูดจบไป๋หย่งฮุยก็ไม่สนใจพวกเขาอีก หันไปพูดกับตำรวจสองสามนายอย่างสุภาพ
“ทำให้พวกคุณต้องมาเห็นเรื่องน่าขันแบบนี้ แถมยังต้องรบกวนเดินทางมาอีก!”
