ไป๋ชีชีเล่นบทไม่รู้ไม่เห็น แถมยังแกล้งทำตัวเอ๋ออีกต่างหาก จนติงหาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า
พอได้ยินคำตอบของไป๋ชีชี ติงหาวก็เงียบไปทันที เพราะเธอพูดมีเหตุมีผลทุกอย่าง ส่วนเขาไม่มีหลักฐานสักชิ้น!
เขาจะอาศัยแค่การคาดเดาแล้วกล่าวหาว่าเธอมีพิรุธไม่ได้!
สุดท้ายติงหาวซักถามอยู่ตั้งนาน จนมั่นใจว่าพวกเขาเป็นแค่นักแสดงธรรมดาที่มาร่วมรายการ ส่วนของพวกนั้นก็เป็นสิ่งที่พวกเขาบังเอิญกู้ขึ้นมาจากทะเลจริง ๆ!
ส่วนไป๋ชีชีก็กินขนมไป ตอบคำถามเขาไปด้วย!
ตอนที่ไป๋ชีชีออกมา ไป๋จิ่นก็เดินออกมาพร้อมดวงตาแดงบวม เห็นได้ชัดว่าเมื่อกี้ร้องไห้เต็มที่ขนาดไหน!
ไป๋ชีชี: ……!
พี่สี่ขยันพัฒนาฝีมือบนเส้นทางสายจอมร้องไห้ขึ้นทุกวันแล้วนะ!!
ช่างภาพกับกัปตันเรือออกมาก่อนนานแล้ว ตอนนี้กำลังรอพวกเขาอยู่ด้านนอก!
ติงหาวมองทั้งสี่คน กำลังจะเอ่ยปากให้คนพาพวกเขากลับไป ก็เห็นเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งยกกล่องออกไปวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา รีบพูดกับติงหาวว่า
“ผู้กองติง ขวดของเหลวปริศนาพวกนั้นอาจเป็นไวรัสติดต่อชนิดหนึ่ง ต้องกักกันแล้วนำส่งสถาบันวิจัยโดยมีคนคุ้มกัน ถ้ารั่วไหลระหว่างทาง ในกรณีที่ยังไม่มีเซรุ่มภูมิคุ้มกัน คนจะตายได้นะครับ!!”
“อะไรนะ? ที่พูดมาจริงเหรอ?”
หัวใจติงหาวสั่นสะท้าน หากเรื่องที่เหอเฉียวพูดเป็นความจริง เรื่องนี้ก็ต้องรายงานขึ้นไปและจัดการอย่างรัดกุม!
“จริงครับ ผมแค่ตรวจด้านนอกขวด ค่าความเข้มข้นของไวรัสก็พุ่งเกินขีดจำกัดแล้ว! ตอนนี้รถคันนั้นใช้ไม่ได้แล้ว แถมผมยังไม่รู้ด้วยว่าเป็นไวรัสชนิดไหน จะมีอาการอะไรบ้าง ทุกอย่างยังเป็นปริศนาครับ!”
