ส่วนเธอ ไป๋ชีชี ลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลไป๋ กลับถูกพี่เลี้ยงจงใจทิ้งไว้ข้างทางตอนอายุ 2 ขวบ ก่อนจะถูกแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวไป ต้องทนทุกข์ทรมานสารพัด กว่าจะได้กลับมาอีกครั้งก็ไม่ง่ายเลย
แต่ในตระกูลไป๋กลับไม่มีที่ของเธอแล้ว ลูกสาวบุญธรรมคนหนึ่งกลับได้ความรักทั้งหมดจากพวกเขาไป!
เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่เคยเห็นหน้าเธอด้วยซ้ำ จะนับประสาอะไรกับความรู้สึกผิดที่มีต่อไป๋ชีชี
ไป๋ชีชีเองก็อารมณ์ร้าย แถมยังถูกไป๋เวยเวยยุยงไม่กี่ครั้งก็หลงกลอีกต่างหาก! สุดท้ายยังถูกไล่ออกจากบ้านที่เฝ้ารอมานานกว่าสิบปีอีก!!
ไป๋ชีชีหัวเราะเยาะออกมา เธอยื่นมือไปลูบรูปถ่ายครอบครัวใบนั้น ก่อนจะพึมพำเบา ๆ ว่า
“ไป๋ชีชี คุ้มไหม? เพื่อจะได้กลับบ้าน เธอทุ่มเททุกอย่าง แต่สุดท้ายในบ้านกลับไม่มีที่ของเธอ! ฮึ ๆ!”
“แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันมาแล้ว! ไม่มีใครสนชะตากรรมตัวประกอบของตระกูลไป๋หรอก ขอแค่ฉันมีชีวิตอยู่ก็พอ รอฉันสืบเจอตัวคนที่อยู่เบื้องหลังไป๋เวยเวย แล้วหลุดพ้นจากการควบคุมของเธอได้ ฉันจะหาที่เงียบ ๆ สักแห่งใช้ชีวิตบั้นปลาย ดีไหม?”
“ฉันจะพาเธอใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ไร้กังวลไปตลอดชีวิต!”
คำพูดของไป๋ชีชีฟังดูคล้ายกำลังพูดกับเจ้าของร่างเดิม แต่ก็คล้ายกำลังพูดกับตัวเองด้วย!!
เพราะเจ้าของร่างเดิมไม่อยู่แล้ว เธอเพิ่งมาอยู่บ้านนี้ได้แค่เดือนเดียว ยังไม่ทันได้สัมผัสความอบอุ่นสักนิด ก็ถูกใส่ร้ายแล้วไล่ออกจากตระกูลไป๋!
แต่หลังพูดจบ หัวใจของไป๋ชีชีก็เจ็บแปลบขึ้นมา ก่อนจะกลับคืนสู่ความสงบ!
มุมปากของไป๋ชีชีเริ่มยกขึ้น เธอรู้อยู่แล้วว่าเจ้าของร่างเดิมก็คิดเหมือนเธอ!
แต่ว่า... เธอมองรูปถ่ายครอบครัวแล้วเลิกคิ้ว
“ก่อนจะไป เราจะยอมให้ใครมารังแกไม่ได้หรอกใช่ไหม? เธอมองรูปครอบครัวนี้แล้วไม่สบายใจ ฉันก็ไม่สบายใจเหมือนกัน ฮิ ๆ ๆ ดูฝีมือฉันแล้วกัน!!”
ไป๋ชีชีถอดรูปถ่ายครอบครัวลงมาตรง ๆ แล้วหยิบกรรไกรมาลงมือจัดการทุกคนในรูปอย่างเมามัน!
จากนั้นก็พลิกค้นไปทั่ว จนเจอรูปถ่ายอีกตั้งมากมาย แล้วก็ก้มหน้าก้มตาลงมือทำต่อ!
ตอนที่ไป๋หย่งฮุยกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น ก็เห็นกระดาษสีขาวติดยาวตั้งแต่ประตูใหญ่เข้ามา ข้างบนเหมือนจะมีลวดลายอะไรด้วย แต่เพราะตัดเป็นเส้นเล็กเกินไป ไป๋หย่งฮุยเลยดูไม่ออกว่ามันคืออะไร!
มีทั้งเส้นสั้นเส้นยาว ดูคล้ายสายรุ้งประดับ จากประตูใหญ่ทอดยาวไปถึงห้องรับแขกในบ้าน ใครจะไปรู้ว่าประตูใหญ่ของตระกูลไป๋อยู่ห่างจากคฤหาสน์ขนาดเดินเท้ายังต้องใช้เวลาถึง 10 นาที!
ลองคิดดูสิว่าต้องติดกระดาษไปตั้งเท่าไร!
พอไป๋หย่งฮุยก้าวเข้าบ้านและยืนอยู่ในห้องรับแขก ก็เห็นไป๋ชีชียืนหันหลังให้เขา มือถือกรรไกร ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้น ไฟโกรธในใจของไป๋หย่งฮุยพุ่งพรึ่บขึ้นมาทีละระลอก
สุดท้ายเขาก็อดไม่ไหว ตะโกนใส่ไป๋ชีชีเสียงดังลั่น
“ไป๋ชีชี เธอกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย??”
แผ่นหลังของไป๋ชีชีแข็งทื่อ เธอหันกลับมาอย่างกระอักกระอ่วน พอเห็นว่าเป็นไป๋หย่งฮุยก็เผ่นแน่บทันที พลางวิ่งไปพูดไปว่า
“ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่ช่วยคุณเก็บขยะไง จริง ๆ นะ!”
【แย่แล้ว ตาแก่ไป๋กลับมาเร็วเกินไป ฉันยังตัดไม่เสร็จเลย! ตั้งแต่ไป๋เวยเวยมาอยู่ตระกูลไป๋จนถึงตอนนี้ก็สิบกว่าปีแล้ว รูปถ่ายเยอะเกินไปแล้วมั้ง จิ๊ ๆ ๆ ทะนุถนอมกันอย่างกับสมบัติล้ำค่า! ฉันไม่มีสักรูป มีแต่รูปเธอทั้งนั้น มองแล้วแสบตาชะมัด!】
【แบบนี้ดีกว่าเยอะเลยไม่ใช่เหรอ? ยังเอามาตกแต่งบ้านได้ด้วย มองแล้วสบายตาขึ้นตั้งเยอะ! ฮิ ๆ ๆ ฉันนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ!!】
พอไป๋หย่งฮุยได้ยินเสียงในใจของเธอและเห็นชัด ๆ ว่าเธอตัดอะไร สีหน้าก็พลันบูดบึ้งขึ้นมาทันที!
ที่เธอตัดอยู่คือรูปถ่ายนี่นา!! แถมตอนนี้ทั่วทั้งห้องรับแขกก็เต็มไปด้วยเศษรูป จะนึกภาพก็รู้แล้วว่าเธอตัดไปตั้งเท่าไร!
“ไป๋ชีชี ถ้าวันนี้ฉันไม่ตีเธอให้ตาย ฉันก็ไม่ใช่ไป๋หย่งฮุยแล้ว!!!”
ไป๋หย่งฮุยโกรธจนถอดรองเท้าแตะที่เพิ่งเปลี่ยนใส่ออกมาข้างหนึ่ง แล้ววิ่งไล่ตามไป๋ชีชี!
ก่อนออกจากบ้านวันนี้เขาเพิ่งเตือนยัยตัวแสบไปหยก ๆ แต่พอเขาไม่อยู่บ้านแค่ช่วงบ่าย เธอก็ก่อเรื่องแล้ว รูปพวกนี้ใช่ของที่คิดจะตัดก็ตัดได้หรือไง!
ในนั้นยังมีรูปของพ่อกับแม่ด้วย การตัดรูปผู้ใหญ่แบบนี้มันไม่เคารพกันชัด ๆ!!
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ไป๋หย่งฮุยที่อายุสี่สิบกว่าแล้วกลับวิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ!
ไป๋ชีชีเห็นไป๋หย่งฮุยไม่ไว้หน้าเลยสักนิด ถึงกับไล่ตีเธอจริง ๆ ก็กลัวจนวิ่งวุ่นไปทั่ว ปากก็ยังไม่หยุดพูด
“โอ๊ย! ฉันผิดไปแล้ว ตาแก่ไป๋ ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ? อายุปูนนี้แล้ว ยังจะมาถือสาเด็กอย่างฉันอีก? ตัดแล้วก็ถ่ายใหม่สิ! หยุดก่อนเถอะน่า เดี๋ยวก็วิ่งจนเป็นลมกันพอดี!!”
แต่ในใจกลับบ่นไม่หยุด
【ตาแก่ไป๋นี่ลำเอียงจริง ๆ ก็แค่ตัดรูปเอง จะต้องไล่ตีฉันด้วยเหรอ? เมื่อก่อนไม่เห็นหวงรูปพวกนี้ขนาดนี้เลย? พอฉันแตะนิดแตะหน่อยก็ทนไม่ได้แล้วเหรอ? ดูท่าลูกสาวแท้ ๆ ที่หนีออกจากบ้านอย่างฉันจะสู้ลูกบุญธรรมไม่ได้จริง ๆ!】
【ผักกาดน้อยเอ๋ย เหลืองอยู่กลางทุ่งเอ๋ย! อายุสองสามขวบเอ๋ย พ่อแม่หายไปแล้วเอ๋ย! อยู่กับพ่อแม่ ช่างสุขใจเอ๋ย! กลัวก็แต่พ่อแม่จะมีลูกบุญธรรมเอ๋ย! มีลูกบุญธรรมเอ๋ย! ครบสิบห้าปีเต็มเอ๋ย! ลูกบุญธรรมนั้นเก่งกว่าฉันเอ๋ย! ลูกบุญธรรมกินบะหมี่ ฉันดื่มแต่น้ำซุปเอ๋ย! ยกชามขึ้นมาเอ๋ย น้ำตาคลอเบ้าเอ๋ย...!】
ไป๋หย่งฮุยได้ยินเสียงเพลงในใจของไป๋ชีชีจนเกือบก้าวพลาด ล้มหน้าคะมำ ยัยตัวแสบนี่ ในหัวมีแต่เรื่องอะไรของเธอเนี่ย??
เขาโกรธเพราะเรื่องนี้ที่ไหนกัน? เขาโกรธเพราะรูปที่เธอตัดมีรูปของคุณปู่กับคนอื่น ๆ อยู่ด้วยต่างหาก!
สำหรับผู้ใหญ่แล้ว นี่ถือว่าอกตัญญู ถ้าพวกท่านรู้เข้า ก็ต้องหาว่าเขาสั่งสอนลูกไม่ดีแน่!!
เขาสูดหายใจแรง ๆ รู้สึกว่าตั้งแต่เมื่อวาน ยัยนี่ก็หลุดจากการควบคุมไปแล้ว ไม่สิ เขาไม่เคยควบคุมเธอได้เลยด้วยซ้ำ ลื่นเป็นปลาไหล แถมยังอึดและปราดเปรียวสุด ๆ!!
เขาวิ่งจนเหนื่อย ไม่ไล่ต่อแล้ว จึงจับพนักโซฟาไว้พลางหอบหายใจ ก่อนจะจ้องไป๋ชีชีเขม็งราวกับจะกินเธอเข้าไปทั้งตัว!
ไม่ได้การแล้ว ยัยนี่ต้องจับมาสั่งสอนให้ดี ไม่อย่างนั้นได้ก่อเรื่องแน่!!
“พอแล้ว เลิกวิ่งได้แล้ว ฉันไม่ตีเธอหรอก แต่เธอตัดรูปไปตั้งเยอะ ต้องชดใช้ เริ่มพรุ่งนี้ไปทำงานที่บริษัท เป็นผู้ช่วยฉันหนึ่งเดือน แล้วฉันจะยกโทษให้!”
ไป๋หย่งฮุยคิดดูแล้ว ยัยนี่ซนเกินไป ต้องจับมาไว้ในสายตาถึงจะดี เขาไม่เชื่อหรอกว่าอยู่กับเขาตลอดหนึ่งเดือนแล้วเธอจะยังไม่สงบเสงี่ยมอีก!
“ไปทำงานเป็นผู้ช่วยที่บริษัท?? ฉันเพิ่งอายุ 18 เองนะ! ตาแก่ คุณคิดอะไรอยู่เนี่ย? ฉันยังไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเลย คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้แค่สามร้อยกว่า จะให้ฉันไปทำอะไรได้??”
ไป๋ชีชีตาค้าง เธอเป็นตัวไร้ประโยชน์แท้ ๆ จะให้ไปเป็นผู้ช่วยที่กลุ่มไป๋ซิงเนี่ยนะ? ล้อเล่นหรือไง??
“เรื่องที่เธอสอบได้สามร้อยกว่าคะแนน ไม่ต้องเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วหรอก ฉันอายแทน! ไม่ได้ให้ทำอะไร แค่ช่วยวิ่งธุระกับชงกาแฟให้ฉันก็พอ เรื่องนี้ไม่มีอะไรให้ต่อรอง เริ่มพรุ่งนี้เธอต้องไปทำงานกับฉัน จนกว่าจะเปิดเทอม!”
ไป๋หย่งฮุยไม่เปิดโอกาสให้เธอคิด เขาตัดสินใจลงไปทันที!
“เดี๋ยวก่อนสิ ให้ฉันไปเป็นผู้ช่วยก็ว่าไปอย่าง แล้วเปิดเทอมอะไรของคุณ??”
ไป๋ชีชีคิดว่าตัวเองฟังผิด จึงรีบก้าวเข้ามาสองก้าวแล้วถามอย่างไม่อยากเชื่อ
“เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สามร้อยกว่าคะแนน ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ? ฉันสมัครเรียนซ้ำชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายให้เธอแล้ว เปิดเทอมเดือนหน้า พอดีเธอจะได้ไปเรียน คราวนี้ยังไงก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับสองให้ได้!”
ไป๋หย่งฮุยพูดอย่างหงุดหงิด วันนี้เขาคิดเรื่องนี้อยู่ที่บริษัททั้งวัน และรู้แล้วว่าตัวเองติดค้างไป๋ชีชีในฐานะพ่อ จนทำให้นิสัยเธอหลุดโลกขนาดนี้!
สองวันนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่!!
ดังนั้นเขาจึงให้คนไปสืบเรื่องราวที่ไป๋ชีชีต้องเผชิญมาตลอดหลายปี พอไม่สืบก็ไม่รู้ แต่พอสืบแล้วถึงได้รู้ว่าเธอใช้ชีวิตมาอย่างลำบากแค่ไหน
