ไป๋จิ่นเห็นน้องสาวไม่สนใจเขา ก็รีบพาบอดี้การ์ดขับตามรถของเธอไปจนถึงสถานีตำรวจ พอให้ปากคำเสร็จถึงได้รีบไปโรงพยาบาลต่อ!
ตลอดทางไม่กล้าพูดอะไรสักคำ!
คราวนี้พอเห็นไป๋ชีชีถามเขาอีกครั้ง ในใจก็ดีใจจนเนื้อเต้น ในที่สุดน้องสาวก็ยอมคุยกับเขาแล้ว! เขารีบฉีกยิ้มตอบว่า
“พี่เป็นห่วงน้อง! กลัวน้องบาดเจ็บ!”
ไป๋ชีชีชะงักไป ไม่คิดว่าพี่สี่จะพูดตรงขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกเลย เธอพยักหน้าอย่างเก้อเขิน
“ก็ได้! ถือว่าเหตุผลนี้ผ่าน! คราวหน้าไม่เอาแล้วนะ! เดี๋ยวถึงตอนนั้นฉันหนีไม่รอด ยังต้องย้อนกลับไปช่วยพี่อีก ยุ่งยากจะตาย!”
เห็นน้องสาวไม่โกรธแล้ว ไป๋จิ่นก็แอบถอนหายใจโล่งอก ก่อนพยักหน้าให้ไป๋ชีชี
“อื้อ ๆ คราวหน้าพี่ไม่ทำแล้ว!!”
ส่วนคำพูดนี้จะน่าเชื่อถือแค่ไหน ก็มีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้!
ไป๋จิ่นหันไปมองพี่ชายคนที่สามซึ่งนอนอ่อนแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วย เม้มปากแน่น ไม่รู้ชั่วขณะว่าจะพูดอะไรดี
เงียบไปพักใหญ่ เขาถึงถามเสียงเบา
“พี่สามไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เขารู้ว่าพี่สามหาเรื่องใส่ตัวเอง แต่ก็ยังอดสงสารไม่ได้อยู่ดี!
ไม่เจอกันไม่กี่วัน ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแล้ว! แค่นี้ก็เห็นแล้วว่าไป๋เวยเวยทรมานพี่สามของเขาหนักขนาดไหน!
ถึงจะไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับไป๋เวยเวยหรือเปล่า แต่ในเมื่อน้องสาวบอกว่าเกี่ยวกับเธอ ก็แปลว่าต้องเป็นฝีมือเธอแน่!
“ไม่เป็นไร หมอก็บอกแล้วว่าเขาแค่หิวจนเป็นแบบนี้ พักฟื้นสักสองสามวันก็หาย”
ไป๋ชีชียกชานมขึ้นดื่มอึกใหญ่สองอึก เคี้ยวไข่มุกในปากพลางตอบอย่างใจเย็น!
